Pages

Showing posts with label ซึ่งกันและกัน. Show all posts
Showing posts with label ซึ่งกันและกัน. Show all posts

Friday, October 2, 2020

เช็คเลย ราศี ! ใดอาทิตย์นี้ จะได้พบคนรักที่ถูกใจ เป็นที่เชิดหน้าชูตา - สยามรัฐ

ikanghus.blogspot.com

สัปดาห์พยากรณ์ระหว่างวันเสาร์ที่ 3 ต.ค. – วันศุกร์ที่ 9 ต.ค. 2563

ภิญโญ พงศ์เจริญ

ชาวราศีเมษ

ท่านที่เกิดระหว่างวันที่ 13 เมษายน – 14 พฤษภาคม

ความรักจะมีความสัมพันธ์แบบเพื่อนฝูงคอยเอาใจใส่ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ทำให้มีหลักฐานมั่นคงยิ่งขึ้น ทำให้มีหน้ามีตาในสังคม มีโอกาสได้ร่วมเดินทางไปกับคนรัก จะได้รับมอบหมายให้ทำงานสำคัญ ควรมีความรอบคอบและระมัดระวังอารมณ์ให้ดี ควรรับฟังคำแนะนำของคนรอบข้างไว้บ้าง มีความเพียรพยายามและความตั้งใจในการทำงานสูง การเงินจะมีโชคดีมีลาภและมีรายได้เข้ามาหลายทาง ทำให้มีกำลังทางการเงินสามารถจับจ่ายใช้สอยได้มากขึ้น แต่ควรระมัดระวังเรื่องการเงิน การลงทุน การใช้จ่ายเงินให้ดี ควรระวังการถูกหลอกลวง เงินทองที่มีอยู่มีความจำเป็นต้องใช้จ่าย การใจอ่อนและไม่รอบคอบจะเป็นเหตุทำให้ต้องเสียเงินโดยไม่เกิดประโยชน์

ชาวราศีพฤษภ

ท่านที่เกิดระหว่างวันที่ 15 พฤษภาคม – 14 มิถุนายน

ควรดูแลรักษาสุขภาพของตัวเองและคนรักให้ดีอยู่เสมอ หากละเลยเรื่องสุขภาพความเจ็บป่วยก็จะมาเยือนท่าน ควรระมัดระวังการหกล้มและอุบัติเหตุ ความเครียด การดื่มและการกิน ผู้ใหญ่ให้การสนับสนุนด้วยดี จะมีมิตรสหายชักชวนเข้าหุ้นส่วน มีการวิ่งเต้นติดต่อเจรจาประสานงานมากขึ้น จะมีเพื่อนใหม่เป็นคนในเครื่องแบบ วิศวกร ช่างเทคนิคทุกประเภท ระวังจะมีปากเสียงกับคนใกล้ชิด จะได้เครื่องใช้วัสดุอุปกรณ์เทคโนโลยีต่างๆ จะได้ผลประโยชน์จากผลงานเก่าๆ ของเก่าๆ พอมีเงินให้เหลือเก็บบ้าง ทรัพย์สินที่คิดว่าสูญเสียไปแล้วก็จะได้คืน การใช้จ่ายเงินควรรอบคอบไม่ควรใช้จ่ายฟุ่มเฟือยตามใจตนเอง ควรรู้จักเก็บออมและระวังในการดำเนินชีวิตให้มากขึ้น

ชาวราศีมิถุน

ท่านที่เกิดระหว่างวันที่ 15 มิถุนายน – 15 กรกฎาคม

จะได้พบรักที่ผูกพันลึกซึ้งมีความเหมาะสมกัน เป็นโอกาสที่ดีที่จะได้นำคนรักไปเปิดเผยในสังคม ควรระมัดระวังดูแลรักษาสุขภาพให้ดีอยู่เสมอ จะได้ปรับปรุงตกแต่งบ้านเรือนที่อยู่อาศัยให้ดีขึ้น ความรู้ที่สุขุมรอบคอบและความเพียรพยายามจะทำให้สามารถฝ่าฟันอุปสรรคได้ มีโอกาสได้ใช้ความรู้ความสามารถ จะได้ศึกษาอบรมมีความรู้เพิ่มเติม มีโอกาสได้ช่วยเหลือบุคคลอื่นบ้าง ไม่ควรให้ใครกู้ยืมเงินโดยไม่มีหลักประกันที่มั่นคง การใช้จ่ายควรประหยัดและเก็บออมไว้บ้าง เอกสารทางการเงินควรตรวจดูให้เรียบร้อย การค้ำประกันบุคคลหรือทรัพย์สินควรหลีกเลี่ยงหรือปฏิเสธเสียเลยจะดีกว่า เพราะจะนำความเดือดร้อนมาสู่ท่านในภายหลัง

ชาวราศีกรกฎ

ท่านที่เกิดระหว่างวันที่ 16 กรกฎาคม – 16 สิงหาคม

กำลังแอบรักคนใกล้ตัวเพื่อนฝูงคนใกล้ชิด ด้วยไมตรีจิตที่ดีงามทำให้คนใกล้ตัวหลงรักท่านเช่นกัน มิตรสหายชักชวนให้เข้าหุ้นส่วน มีการให้เกียรติซึ่งกันและกัน ควรเอาใจเขามาใส่ใจเราและยับยั้งชั่งใจให้ดี ควรควบคุมอารมณ์ตัวเองให้ดี มิเช่นนั้นจะเกิดความวุ่นวายยุ่งยากรุ่มร้อนใจเกิดขึ้น จะมีการศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม จะได้มีปรึกษาที่ดี มีผู้ให้ความช่วยเหลือ งานเก่าๆ ที่คั่งค้างอยู่จะถูกสะสางลง จะได้คบมิตรสหายแดนไกลคนต่างถิ่นต่างแดน จะมีรายได้เพิ่มมากขึ้น ไม่ควรใช้จ่ายฟุ่มเฟือย รายจ่ายส่วนมากจะเป็นค่าภาษีสังคมและกิจกรรมสาธารณะประโยชน์ การบริหารเงินที่ถูกที่ถูกทางทำให้ท่านประสบความสำเร็จในชีวิตได้ การลงทุนและการสำรองจ่ายควรจะพิจารณาให้รอบคอบ ท่านมีรายได้พิเศษหรือได้เงินคืน

ชาวราศีสิงห์

ท่านที่เกิดระหว่างวันที่ 17 สิงหาคม – 16 กันยายน

จะได้พบคนรักที่ถูกใจ คนอ่อนวัยกว่าจะเข้ามามีปฏิสัมพันธ์ด้วย การที่ท่านเป็นคนสดใสร่าเริง จึงทำให้ไม่ขาดคนรัก และมักจะมีเรื่องวุ่นวายในเรื่องรักๆ ใคร่ๆ อยู่เสมอ ผู้ใหญ่ให้การสนับสนุนช่วยเหลือ ควรระมัดระวังสุขภาพอนามัยให้ดี จะมีปัญหาเก่าๆ งานเก่าๆ ที่ต้องแก้ไขสะสาง จะมีผู้ให้ความช่วยเหลือ แต่ควรรักษาผลงานเก่าๆและวิถีทางเก่าๆเอาไว้ไม่ควรเปลี่ยนแปลงตามการยั่วยุของเพื่อนฝูงที่อยากให้เปลี่ยนแปลงโดยไม่รู้แนวทางอนาคต จึงควรรักษามาตรฐานที่ดีเอาไว้ให้ดี ควรมีความรอบคอบในการใช้จ่าย รายจ่ายส่วนมากจะเป็นเรื่องเพศตรงข้าม ค่าภาษีสังคมและกิจกรรมสาธารณประโยชน์ การลงทุนและการสำรองจ่ายควรจะพิจารณาให้รอบคอบ มีความจำเป็นในการใช้จ่ายเกิดขึ้น ทรัพย์สินเงินทองที่เก็บออมไว้มักต้องถูกนำออกมาใช้

ชาวราศีกันย์

ท่านที่เกิดระหว่างวันที่ 17 กันยายน – 16 ตุลาคม

ความรักควรเอาใจเขามาใส่ใจเรา การเลือกคบคนดีจะพาตนให้รุ่งเรือง หุ้นส่วนและเพศตรงข้ามที่ดีจะเข้ามาให้การสนับสนุนช่วยเหลือ มีโอกาสได้ใช้ความรู้ความสามารถ ระวังจะมีความคิดเห็นขัดแย้งกับผู้ใหญ่ผู้บังคับบัญชา งานเก่าที่คั่งค้างเป็นภาระที่หนักอึ้งจะได้รับการแก้ไขทำให้จบลงโดยเร็ว จะได้ทำงานที่ตรงกับความรู้ความสามารถและวุฒิภาวะ มีโอกาสได้ทำงานพิเศษด้านการให้บริการสังคม งานที่เกี่ยวข้องกับส่วนรวม มีการปรับปรุงเกี่ยวกับบ้านเรือนที่อยู่อาศัยให้ดีขึ้น ระวังจะมีความขัดแย้งเรื่องรายได้และผลประโยชน์กับเพื่อนร่วมงานและคู่แข่ง มีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นภายในครอบครัวเกี่ยวกับหลักทรัพย์ บ้านเรือนที่อยู่อาศัยจะมีการซ่อมแซมปรับปรุงเปลี่ยนแปลงโยกย้าย ญาติพี่น้องจะเจ็บป่วย ปลวกบุกรุกบ้านเรือนที่อยู่อาศัย

ชาวราศีตุลย์

ท่านที่เกิดระหว่างวันที่ 17 ตุลาคม - 15 พฤศจิกายน

ปัญหาสับสนวุ่นวายเรื่องความรักจะคลี่คลายลง คนรักจะเห็นใจและให้ความช่วยเหลือ จะตัดสินใจได้เกี่ยวกับเรื่องคนรัก คนที่ยังไม่พบรักก็จะได้พบรักที่ผูกพันอันลึกซึ้ง มีโอกาสได้ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ควรลดอาการจู้จี้ขี้บ่นลงไปบ้างก็จะทำให้สถานการณ์ดีขึ้น จะได้บุตรบริวารคนใต้บังคับบัญชา หรือสัตว์เลี้ยง จะมีงานใหม่ๆ เข้ามาให้ทำ มีคนงานเพิ่มขึ้น จะได้ลาภจากผู้ใหญ่คนมีความรู้ จะได้ศึกษาวิชาการ จะได้คบหาสมาคมกับคนต่างถิ่นต่างแดนต่างชาติต่างภาษา คนแปลกๆ ผู้มีอิทธิพล นักการเมือง มีผู้ชักชวนให้ร่วมลงทุนแต่ควรระมัดระวังปัญหาจะถูกฉ้อโกงหลอกลวงตามมา เงินทองถูกใช้ไปเกี่ยวกับการรักษาหน้าตาในสังคม การเสริมความงาม ความเป็นสง่าราศีและภาพลักษณ์ของตนเอง

ชาวราศีพิจิก

ท่านที่เกิดระหว่างวันที่ 16 พฤศจิกายน – 15 ธันวาคม

จะได้พบคนรักที่ถูกใจ เป็นที่เชิดหน้าชูตา เป็นความรักที่บริสุทธิ์ เกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว เป็นความรักที่ลึกซึ้งจริงจัง หรือจะได้บุตรบริวารคนใต้บังคับบัญชา สัตว์เลี้ยง จะได้สมาคมกับญาติพี่น้อง ญาติพี่น้องชักชวนเข้าหุ้นส่วนหรือทำงานร่วมกัน มีงานใหม่ๆ เข้ามาให้ทำ จะได้ลาภจากผู้ใหญ่คนมีความรู้ ปัญหาที่จะเกิดขึ้นจากการทำงานท่านสามารถแก้ไขไห้สำเร็จได้ โดยอาศัยความรู้ความสามารถตลอดจนอุปกรณ์การทำงานที่ทันสมัย ระวังจะเกิดศัตรูจากสาเหตุเล็กน้อย ทรัพย์สินเงินทองที่สูญหายหาไม่พบจะได้คืน ควรวางแผนทางการเงินไว้ให้เป็นระบบมีระเบียบเป็นขั้นตอน การที่ท่านรู้จักบริหารทรัพย์สินเงินทองของท่านด้วยตนเอง ไม่ใช้จ่ายฟุ่มเฟือยสุรุ่ยสุร่ายตามใจตนเอง การเงินของท่านจะดีขึ้นไปพร้อมๆ กับตำแหน่งหน้าที่การงานที่สูงขึ้นด้วย

ชาวราศีธนู

ท่านที่เกิดระหว่างวันที่ 16 ธันวาคม – 14 มกราคม

จะพบรักที่ตรงกับจินตนาการ มีการคบหาสมาคมไปมาหาสู่กันมิได้ขาด จากการที่มีคนมาสนใจหลายคนและเป็นคนหวั่นไหวได้ง่าย จะได้คบหาสมาคมกับพระสงฆ์องค์เจ้า ผู้ใหญ่คนดีมีความรู้ บุคคลชั้นสูงจะให้ความสนใจเป็นพิเศษ ผู้ใหญ่มิตรสหายให้การสนับสนุนด้วยดี มีการเดินทางไปสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ จะโชคดีมีหลักฐานได้ศึกษาต่อ มีโอกาสได้ปรับปรุงบ้านเรือนที่อยู่อาศัยให้ดีขึ้น จะได้สมาคมกับญาติพี่น้อง ศัตรูจะกลายเป็นมิตร ญาติพี่น้องชักชวนเข้าหุ้นส่วนหรือทำงานร่วมกัน เงินทองที่มีอยู่ไม่ควรให้ใครหยิบยืมในช่วงนี้ เพราะมีโอกาสที่จะไม่ได้รับการชำระหนี้สูง การเงินยังคงแปรปรวน หามาได้มากก็ใช้ไปมาก จึงควรมีความระมัดระวังการใช้จ่ายให้ดี

ชาวราศีมังกร

ท่านที่เกิดระหว่างวันที่ 15 มกราคม – 12 กุมภาพันธ์

คนที่ยังไม่มีคนรักก็จะได้พบกับคนรักที่ถูกใจ แต่ต้องอาศัยคนอื่นเป็นสื่อ ถึงแม้ท่านจะเจ้าชู้แต่ก็เป็นคนรักคนยาก สำหรับท่านที่มีคู่แล้วจะมีลาภสำคัญ จะได้คบหาสมาคมกับพระสงฆ์องค์เจ้า ครูบาอาจารย์ ผู้ใหญ่คนดีมีความรู้ ผู้ใหญ่มิตรสหายจะให้การสนับสนุนด้วยดี มีการเดินทางไปสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ จะประสบความสำเร็จเรื่องการงาน คนที่ยังไม่มีงานทำก็จะได้ทำงานที่ชอบและเหมาะสมกับวุฒิภาวะ จะทุ่มเทให้เวลากับการทำงานมากขึ้น จะได้ทรัพย์สินเงินทอง จะได้ลาภเป็นของเก่าซึ่งมีผลทางจิตใจ ผู้ใหญ่ญาติหรือเพื่อนสนิทให้ความช่วยเหลือ มีเงินทองไหลเข้ามาหลายสาย แม้ท่านจะได้เงินมามากก็ใช้เงินมาก รายจ่ายก็มากทั้งรายจ่ายที่จำเป็นและรายจ่ายที่จำใจ การที่ท่านมีความละเอียดถี่ถ้วนทำให้สามารถควบคุมการใช้จ่ายได้ดี

ชาวราศีกุมภ์

ท่านที่เกิดระหว่างวันที่ 13 กุมภาพันธ์ – 14 มีนาคม

ข่าวลือเรื่องรักวุ่นๆ เบาบางลง ความคลางแคลงใจถูกขจัดออกไปจนหมดสิ้น ความรักสดชื่นแจ่มใสดี มีความสัมพันธ์แบบเพื่อนฝูงที่สนิทคอยช่วยเหลือและเอาใจใส่ซึ่งกันและกัน มีโอกาสจะได้เรือนหอหรือของมีค่าสำคัญร่วมกัน ผู้ใหญ่เอ็นดูรักใคร่ให้การสนับสนุน จะมีงานใหม่ๆ เข้ามาให้ทำ พี่น้องเพื่อนฝูงจะเป็นผู้สนับสนุนและให้ความช่วยเหลือ ผลงานที่ทำไว้กลับปรากฏเป็นที่นิยมชมชอบของประชาชน มีโอกาสได้ศึกษาวิชาการที่แปลกใหม่ จะได้ร่วมงานในองค์กรการกุศล ส่วนท่านที่ยังไม่ได้งานทำก็จะได้งานที่พึงพอใจ จะได้ลาภเป็นทรัพย์สินเงินทอง ควรระมัดระวังการใช้จ่ายให้ดี เพราะอาจจะเสียเงินโดยไม่จำเป็น แม้ท่านจะสามารถหาเงินได้มากแต่รายจ่ายก็มีมาก

ชาวราศีมีน

ท่านที่เกิดระหว่างวันที่ 15 มีนาคม – 12 เมษายน

คนรักปฏิบัติเหมือนเพื่อนสนิท มีปัญหาอะไรก็ปรึกษาหารือช่วยเหลือกัน จะทำให้ความสัมพันธ์ดีขึ้น จะมีเพื่อนต่างเพศเข้ามาสนใจ ขณะที่จิตใจยังสับสนระหว่างคนสองคน จนทำให้เกิดความไม่มั่นคงทางอารมณ์ มีเรื่องความลับที่ต้องปกปิดบอกใครไม่ได้ ผู้ใหญ่จะให้การสนับสนุนช่วยเหลือ มีงานใหม่ๆ เข้ามาให้ทำ มีโอกาสได้ช่วยเหลือผู้ทุกข์ยาก การเจรจาเกี่ยวกับการงานจะได้ผลดี มีการริเริ่มโครงการใหม่ๆ เพื่อนฝูงแนะนำงานใหม่ๆ เข้ามาให้ทำ หากมีปัญหาก็ควรปรับความเข้าใจกับเพื่อนร่วมงานโดยเร็ว มีความรับผิดชอบมากขึ้น ด้วยเหตุที่เป็นคนมีสติปัญญา มีความรู้ความสามารถ จึงทำให้ประสบความสำเร็จในตำแหน่งหน้าที่การงานที่ทำอยู่ได้ไม่ยาก หากมีเงินเหลือก็ควรเก็บออมไว้ใช้ในยามจำเป็นบ้าง

Let's block ads! (Why?)



"ซึ่งกันและกัน" - Google News
October 02, 2020 at 11:00PM
https://ift.tt/2GkQoz7

เช็คเลย ราศี ! ใดอาทิตย์นี้ จะได้พบคนรักที่ถูกใจ เป็นที่เชิดหน้าชูตา - สยามรัฐ
"ซึ่งกันและกัน" - Google News
https://ift.tt/2XRydWC

Thursday, October 1, 2020

วันออกพรรษา 2563 สรุปความสำคัญและกิจกรรมประเพณีพุทธศาสนา - ไทยรัฐ

ikanghus.blogspot.com

วันออกพรรษา 2563 ปีนี้ตรงกับวันที่ 2 ตุลาคม ซึ่งเป็นวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 สิ้นสุดระยะเวลาจำพรรษาของพระภิกษุสงฆ์รวม 3 เดือน กิจกรรมวันออกพรรษาแบ่งออกเป็นฝั่งภิกษุสงฆ์และฆราวาส

ประวัติวันออกพรรษา

ประวัติวันออกพรรษา มีเหตุการณ์ในพุทธประวัติเล่าว่าพระพุทธเจ้าเสด็จโปรดเทวดาชั้นดาวดึงส์ ผู้เคยมาเกิดเป็นพระนางสิริมหามายา เมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จกลับมายังโลกมนุษย์ถึงเมืองสังกัสสะ ชาวบ้านต่างร่วมใจกันเดินทางไปรับเสด็จพระพุทธเจ้า เป็นที่มาของการตักบาตรเทโวโหรณะ และพระพุทธเจ้าทรงแสดงโอวาท เรียกว่า “ไตรโลกวิวรณปาฏิหาริย์”

ความสำคัญวันออกพรรษา

ความสำคัญของวันออกพรรษาเพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์ที่พระพุทธเจ้าเสด็จกลับมาจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ พุทธศาสนิกชนเตรียมอาหารเพื่อถวายพระภิกษุสงฆ์หลังวันออกพรรษา 1 วัน ในวันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 และพระภิกษุสงฆ์จัดพิธีกรรม “มหาปวารณา” ให้ว่ากล่าวตักเตือนซึ่งกันและกันได้ เนื่องจากพบเห็นข้อบกพร่องระหว่างจำพรรษาอยู่ด้วยกัน รวมถึงเปิดโอกาสให้ซักถามข้อสงสัยระหว่างพระภิกษุสงฆ์ พระผู้ใหญ่กล่าวตักเตือนพระผู้น้อยได้ และพระผู้น้อยก็ชี้แนะพระผู้ใหญ่ที่อาวุโสกว่าได้ เพื่อจะได้ระมัดระวัง ไม่ประมาท ให้อยู่ในกรอบของพระวินัย

การ “กล่าวปวารณา” เป็นภาษาบาลีเริ่มต้นว่า "สังฆัมภันเต ปะวาเรมิ ทิฎเฐนะ วา สุเตนะ วาปะริสังกายะ วา วะทันตุ มัง อายัส์มันโต อะนุกัทปัง อุปาทายะ ปัสสันโต ปฎิกะริสสามิ"

กิจกรรมวันออกพรรษา

กิจกรรมวันออกพรรษาของแต่ละภาคในประเทศไทยนั้นปฏิบัติไม่เหมือนกัน โดยเริ่มต้นด้วยวิธีการตักบาตรเทโว เพื่อสมมติจำลองถึงวันที่พระพุทธเจ้าเสด็จกลับจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์

ตักบาตรเทโว หรือ ตักบาตรเทโวโรหณะ

อาหารที่ใช้ตักบาตรเทโว นิยมใช้ ข้าวต้มมัด และข้าวต้มลูกโยน ชาวบ้านรอพระภิกษุ สามเณร เดินลงมาจากบันไดอุโบสถ หลังจากทำวัตรเช้า เมื่อพระอาทิตย์ขึ้นก็สมมติว่าพระพุทธเจ้าเสด็จบันไดสวรรค์ โดยบางแห่งเปิดเพลง หรือบรรเลงดนตรี สมมติว่าเป็นเทวดาบรรเลง ชาวบ้านที่รออยู่ก็จะใส่บาตรด้วยอาหารหวาน อาหารคาว ข้าวต้มลูกโยน

วันออกพรรษา 2563 สรุปความสำคัญ กิจกรรมประเพณีวันออกพรรษา 63
วันออกพรรษา 2563 สรุปความสำคัญ กิจกรรมประเพณีวันออกพรรษา 63

ทอดกฐิน

ชาวบ้านนำผ้าใหม่ มาเย็บเป็นจีวรเพื่อถวายแด่พระภิกษุสงฆ์ที่จำพรรษาครบ 3 เดือน นิยมทำหลังจากออกพรรษา 1 เดือน

ทอดผ้าป่า

ทอดผ้าป่ามีประวัติมาจากในอดีตพระภิกษุสงฆ์นำผ้าที่ชาวบ้านทิ้งไว้ มารวบรวมทำความสะอาดทำผ้านุ่ง แต่เนื่องจากพระพุทธเจ้ายังไม่ได้บัญญัติให้พระภิกษุรับจีวรจากชาวบ้านได้ ชาวบ้านที่อยากถวายก็นำมาทิ้งตามทางให้พระภิกษุพบ พิธีทอดผ้าป่าในไทยถูกรื้อฟื้นขึ้นมาในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) โดยไม่ได้กำหนดฤดูกาลว่าต้องทำใน 1 เดือนหลังออกพรรษา

เทศน์มหาชาติ

วัดต่างๆ จัดเทศน์มหาชาติ 13 กัณฑ์ เล่าถึงพุทธประวัติของพระพุทธเจ้า นิยมจัดในวันขึ้นหรือแรม 8 ค่ำ เดือน 12 เพื่อรวบรวมหารายได้เข้าวัด

เมื่อออกพรรษาแล้ว พระภิกษุสงฆ์สามารถค้างแรมสถานที่อื่นได้โดยไม่ผิดวินัย และยังได้รับอานิสงส์อีก 4 ข้อ คือ 1) ไปไหนมาไหนโดยไม่ต้องบอกลา 2) ไม่ต้องถือผ้าไตรครบชุด 3) มีสิทธิ์ได้ลาภที่เกิดขึ้นได้ และ 4) มีโอกาสได้อนุโมทนากฐิน ขยายเวลาได้อีก 4 เดือน

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมที่หน่วยงานรัฐ ร่วมกับเอกชน เพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้เปลี่ยนแปลงตัวเองให้มีอารมณ์และสุขภาพที่ดีขึ้น เช่น กิจกรรมงดเหล้าเข้าพรรษา รวมถึงกิจกรรมที่เอกชนร่วมกันจัดทอดกฐินหลังออกพรรษา 1 เดือน เพื่อถวายผ้ากฐินให้แก่พระสงฆ์ผู้จำพรรษาครบ 3 เดือน


ที่มา : กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม

อ่านเพิ่มเติม...

Let's block ads! (Why?)



"ซึ่งกันและกัน" - Google News
October 02, 2020 at 05:59AM
https://ift.tt/3l6wwyp

วันออกพรรษา 2563 สรุปความสำคัญและกิจกรรมประเพณีพุทธศาสนา - ไทยรัฐ
"ซึ่งกันและกัน" - Google News
https://ift.tt/2XRydWC

Tuesday, September 29, 2020

อาร์เมเนีย-อาเซอร์ไบจาน ปิดประตูเจรจาสันติภาพ - NEW18

ikanghus.blogspot.com


ความขัดแย้งระหว่างอาร์เมเนียและอาเซอร์ไบจาน ยังคงรุนแรงต่อเนื่อง ต่างกล่าวหาซึ่งกันและกันว่า ยิงโจมตีเข้าไปในดินแดนของแต่ละฝ่าย หลังจาก 2 ประเทศเปิดฉากยิงกันดุเดือดตั้งแต่เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่าร้อยรายและบาดเจ็บอีกหลายร้อยราย

กระทรวงต่างประเทศของอาร์เมเนีย แถลงเมื่อวานนี้ (อังคาร) ว่า เครื่องบินรบ SU-25 ที่ผลิตโดยโซเวียต ของอาร์เมเนียลำหนึ่ง ถูกเครื่องบินเอฟ-16 ของกองทัพตุรกี ยิงในน่านฟ้าของอาร์เมเนีย ร่วง ทำให้นักบินเสียชีวิต ในความขัดแย้งครั้งใหญ่เหนือดินแดนพิพาท “นากอร์โน-คาราบัค” อย่างไรก็ตาม ตุรกี ซึ่งให้การสนับสนุนอาเซอร์ไบจานในความขัดแย้งครั้งนี้ ปฏิเสธคำกล่าวอ้างดังกล่าว

Advertisement

รายงานข่าวระบุว่า มีผู้เสียชีวิตเกือบ 100 คน ซึ่งรวมทั้งพลเรือนด้วย ในการยิงต่อสู้กันดุเดือด 3 วัน ในภูมิภาค “นากอร์โน-คาราบัค” ดินแดนพิพาทที่เต็มไปด้วยเทือกเขาสูง ซึ่งเป็นดินแดนที่นานาชาติให้การยอมรับว่า เป็นส่วนหนึ่งของอาเซอร์ไบจาน และตั้งอยู่ในอาเซอร์ไบจาน แต่ปกครองโดยชนกลุ่มน้อยชาวอาร์เมเนีย ตั้งแต่เกิดสงคราม ปี พ.ศ.2532-2537 ระหว่าง 2 สาธารณรัฐในอดีตสหภาพโซเวียต โดยนากอร์โน-คาราบัค แยกตัวออกจากอาเซอร์ไบจาน ในช่วงเกิดสงคราม แต่ไม่ได้รับการยอมรับจากอาเซอร์ไบจาน ในฐานะที่เป็นสาธารณรัฐเอกราช

การสู้รบ ซึ่งเริ่มต้นขึ้นเมื่อ 3 วันก่อน ขณะนี้ดูเหมือนบานปลายออกนอกภูมิภาคนากอร์โน-คาราบัคแล้ว โดยทั้งอาร์เมเนียและอาเซอร์ไบจาน ต่างก็กล่าวหาซึ่งกันและกันว่า ยิงโจมตีเข้าไปในดินแดนของแต่ละฝ่ายโดยตรง และยังประณามกันและกันว่าเป็นฝ่ายเริ่มต้นความขัดแย้ง ขณะที่ ตุรกี สนับสนุนอาเซอร์ไบจานอย่างเปิดเผย แต่รัสเซีย ซึ่งมีฐานทัพอยู่ในอาร์เมเนียด้วย แต่ก็เป็นมิตรประเทศกับอาเซอร์ไบจานด้วย เรียกร้องให้ทั้ง 2 ฝ่ายหยุดยิงทันที เพราะอาจบานปลายกลายเป็นสงครามเต็มรูปแบบ

Advertisement

อาร์เมเนียและอาเซอร์ไบจานยังปฏิเสธแรงกดดันให้เปิดการเจรจาสันติภาพ เหตุการณ์ดังกล่าวส่งสัญญาณความขัดแย้งรุนแรงยิ่งขึ้น แม้ว่าจะมีข้อเรียกร้องอย่างเร่งด่วนจากรัสเซีย, สหรัฐและอีกหลายประเทศให้ทั้ง 2 ฝ่ายหยุดยิง ซึ่งความขัดแย้งครั้งนี้ จุดชนวนให้เกิดความวิตกกังวลเกี่ยวกับเสถียรภาพในภูมิภาคคอเคซัสใต้ พื้นที่ของท่อส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติไปสู่ตลาดโลก

ประธานาธิบดี อิลฮัม อาลีเยฟ ของอาเซอร์ไบจาน ซึ่งให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์รัสเซีย ปฏิเสธอย่างไม่ใยดีเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการเปิดการเจรจา ขณะที่ นายกรัฐมนตรีนิกอล พาชีนียัน ของอาร์เมเนีย ให้สัมภาษณ์โทรทัศน์ช่องเดียวกันนี้ ว่า การเจรจาจะไม่เกิดขึ้นได้หากยังมีการยิงต่อสู้กันอยู่ บรรยากาศยังไม่เหมาะสมสำหรับการเจรจา

Let's block ads! (Why?)



"ซึ่งกันและกัน" - Google News
September 30, 2020 at 07:04AM
https://ift.tt/3n39JFt

อาร์เมเนีย-อาเซอร์ไบจาน ปิดประตูเจรจาสันติภาพ - NEW18
"ซึ่งกันและกัน" - Google News
https://ift.tt/2XRydWC

Monday, September 28, 2020

ฉลอง 9 ปี สมาคมคณะกงสุลกิตติมศักดิ์ - ไทยรัฐ

ikanghus.blogspot.com

เพื่อเป็นการกระชับความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นของกงสุลกิตติมศักดิ์ในประเทศไทย เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและช่วยเหลือสนับสนุนซึ่งกันและกัน สมาคมคณะกงสุลกิตติมศักดิ์ (ประเทศไทย) จัดงานครบรอบ 9 ปี กระชับความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นของกงสุลกิตติมศักดิ์ในประเทศไทย พร้อมส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศ จึงได้ชวนเหล่าคณะทูตานุทูตจากประเทศต่างๆ อาทิ ออสเตรีย อังกฤษ คาซัคสถาน สหรัฐฯ เม็กซิโก นาอูรู นิวซีแลนด์ รัสเซีย สิงคโปร์ สวิตเซอร์แลนด์ ติมอร์เลสเต อุซเบกิสถาน มัลดีฟส์ พร้อมด้วยคณะกงสุลกิตติมศักดิ์ประจำประเทศต่างๆ บินไปร่วมงานฉลองกันอย่างอบอุ่น ณ โรงแรม W เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี

ในงาน สนั่น อังอุบลกุล กงสุลใหญ่กิตติมศักดิ์สาธารณรัฐมัลดีฟส์ ในฐานะประธานสมาคมคณะกงสุลกิตติมศักดิ์ (ประเทศไทย) และ นวลพรรณ ล่ำซำ กงสุลฯ ลิทัวเนีย และในฐานะโฆษกสมาคมฯ กล่าวถึงวาระครบรอบ 9 ปีของสมาคมฯว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ผ่านมา ได้สร้างผลกระทบขยายวงกว้างออกไปยังทั่วโลก โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยว ซึ่งถือว่าเป็นหัวใจหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทย การที่คณะทูตานุทูตและคณะกงสุลกิตติมศักดิ์ ได้เดินทางมาที่เกาะสมุยนั้น เป็นโอกาสที่ดีที่สมาชิกทุกท่านจะได้ทำกิจกรรมกระชับความสัมพันธ์ร่วมกันตามธรรมเนียมปฏิบัติแล้ว สมาคมฯยังเล็งเห็นถึงความสำคัญในการช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยว และเป็นอีกหนึ่งกำลังที่จะช่วยเหลือในการกระตุ้นเศรษฐกิจภาคการท่องเที่ยวของเกาะสมุยในประเทศไทย อีกทั้งยังช่วยคืนความเชื่อมั่นให้แก่การท่องเที่ยวในประเทศไทยได้กลับมาสู่บรรยากาศที่พร้อมจะกลับมาคึกคักได้อีกครั้ง

พร้อมกันนี้ ทางสมาคมคณะกงสุลฯ ได้จัดกิจกรรมที่สร้างความประทับใจ ด้วยการปล่อยปูม้าคืนสู่ทะเลไทย และมอบเงินจำนวน 100,000 บาท เพื่อสนับสนุนการทำบ่ออนุบาลเต่าทะเลเกาะสมุย และการอนุรักษ์ ฟื้นฟู บริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ให้กับ ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ ประธานคณะทำงานสัตว์ทะเลหายากและกรรมการปฏิรูปประเทศ ซึ่งมาให้ความรู้เกี่ยวกับการอนุรักษ์เต่าทะเล จากนั้นคณะทูตานุทูตยังได้ร่วมกิจกรรมเวิร์กช็อปที่บ้านมะพร้าว (Coconut Museum) ชมวิถีชีวิตของคนในชุมชน ทดลองทำขนมพื้นบ้านของชาวสมุยกันอย่างสนุกสนาน ปิดท้ายด้วยดินเนอร์ สุดเอกซ์คลูซีฟริมชายหาดชมความงดงามของเกาะสมุยอีกด้วย.

อ่านเพิ่มเติม...

Let's block ads! (Why?)



"ซึ่งกันและกัน" - Google News
September 29, 2020 at 05:01AM
https://ift.tt/30hOdmK

ฉลอง 9 ปี สมาคมคณะกงสุลกิตติมศักดิ์ - ไทยรัฐ
"ซึ่งกันและกัน" - Google News
https://ift.tt/2XRydWC

Saturday, September 26, 2020

3ทศวรรษแห่งการรวมชาติ ประวัติศาสตร์-วิสัยทัศน์ 'เยอรมนี' (1) - เดลีนีวส์

ikanghus.blogspot.com
เดลินิวส์ได้รับเกียรติจาก ฯพณฯ เกออร์ก ชมิดท์ เอกอัครราชทูตสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีประจำประเทศไทย ให้สัมภาษณ์ และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับเส้นทางสู่การรวมชาติ สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และนโยบายต่างประเทศของเยอรมนี โดยเฉพาะในประเด็นเยอรมนีกับยุโรป และเยอรมนีกับอินโด-แปซิฟิก โดยบทสัมภาษณ์จะแบ่งเป็น 2 ตอน เริ่มจากตอนแรกเกี่ยวกับการรวมชาติ

ปีนี้ตรงกับวาระครบรอบ 30 ปี แห่งการรวมชาติของเยอรมนี อยากให้ท่านช่วยบอกเล่าช่วงเวลาด่อนการรวมชาติโดยสังเขป และชาวเยอรมันมองเรื่องนี้ย้อนกลับไปอย่างไร โดยเฉพาะกับคนรุ่นใหม่ซึ่งเกิดไม่ทัน

ประเด็นเกี่ยวกับ “การรวมชาติ” มีความสำคัญอย่างมากสำหรับชาวเยอรมัน หลังสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สองเมื่อปี 2488 เยอรมนีถูกแบ่งออกเป็นสองส่วน แต่อันที่จริงสามารถกล่าวได้ว่า “โลกถูกแบ่งออกเป็นสองส่วน” เยอรมนีถือเป็นสมรภูมิแนวหน้าของ “สงครามเย็น” เยอรมนีตะวันตกอยู่ภายใต้การดูแลของกองกำลังจากองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ ( นาโต ) ส่วนเยอรมนีตะวันออกอยู่ภายใต้การดูแลของกองกำลังจากองค์การสนธิสัญญาวอร์ซอ ที่สำคัญคือทั้งสองฝ่ายต่างครอบครองอาวุธนิวเคลียร์

ช่วงเวลาที่เยอรมนีต้องแบ่งแยกออกเป็น 2 ประเทศเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบาก ประมาณช่วงต้นทศวรรษที่ 1980 ผมเป็นทหารเกณฑ์ ประจำการอยู่ใกล้กับกำแพงเบอร์ลิน บรรยากาศบริเวณนั้นมีแต่ความหวาดหวั่นซึ่งกันและกัน มองไปอีกฝั่งหนึ่งเห็นทหารเป็นพันนาย และสถานการณ์ตลอดแนวกำแพงเบอร์ลินสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา โดยที่ไม่สามารถคาดเดาได้ เพราะทุกอย่างอยู่บนพื้นฐานของความหวาดกลัว

นายเกออร์ก ชมิดท์ เอกอัครราชทูตเยอรมนีประจำประเทศไทย


ประชาชนในเยอรมนีมีเสรีภาพน้อยกว่า จึงเป็นเหตุผลว่าเพราะเหตุใดประชาชนในฝั่งตะวันออกจึงต้องการหลบหนีมายังฝั่งตะวันตก อย่างไรก็ตาม น้อยคนมากที่สามารถข้ามกำแพงมาได้ เวลาล่วงเลยไปจนถึงวันที่เยอรมนีรวมชาติกันอย่างเป็นทางการ ผ่านกระบวนการโดยสันติ ไม่มีการสูญเสียเลือดเนื้อเพราะทหารของทั้งสองฝ่ายไม่ได้ยิงกระสุนปืนใส่กันเลยแม้แต่นัดเดียว ในมุมมองของผมถือว่าเป็นช่วงเวลาที่เป็นปาฏิหาริย์ที่เป็นจริง เกิดขึ้นได้จาก 3 ปัจจัย

ประการแรกคือ ความกล้าหาญ จากการเคลื่อนไหวของภาคประชาชน ในเยอรมนีตะวันออก และปรเทศยุโรปตะวันออกอื่น ๆ ประการที่สอง ความประนีประนอม เจ้าหน้าที่ระดับสูงของเยอรมนีตะวันออกและตะวันตกเจรจาร่วมกันหลายครั้ง เช่นศาสนจักรที่เป็นหนึ่งในหลายองค์กร ทำหน้าที่เป็นคนกลางระหว่างรัฐบาลกับผู้ประท้วง โดยตั้งอยู่บนหลักการว่า “ทุกคนคือชาวเยอรมัน การเสียเลือดเสียเนื้อเป็นเรื่องที่ไม่ควรเกิดขึ้น” ประการที่สามคือ ความเห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกันของทั้งสองฝ่าย

แล้วคนรุ่นใหม่ซึ่งเกิดหลังจากช่วงเวลานั้นจะมีความซาบซึ้งกับช่วงเวลาของการรวมชาติมากแค่ไหน โดยส่วนตัวผมไม่คาดหวังว่าเขาจะมีความรู้สึกร่วมกับประวัติศาสตร์ในช่วงเวลานั้น ซึ่งก็เป็นสัจธรรมอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม วิถีชีวิตของประชาชนในทั้งสองฝั่งของกำแพงมีพื้นฐานที่แตกต่าง และการอยู่คนละฝั่งของกำแพงเป็นเวลานานหลายทศวรรษ คงต้องใช้เวลาอีกสักพักใหญ่จึงจะสามารถปรับตัวได้อย่างแท้จริง จนถึงตอนนี้รัฐบาลยังคงทำงานเพื่อบูรณาการคุณภาพชีวิตให้กับประชาชน ที่พื้นฐานหลายเรื่องยังคงแตกต่าง แต่เหนือสิ่งอื่นใด เยอรมนีมีความภาคภูมิใจที่การรวมชาติเกิดขึ้นโดยสันติ ไม่มีการเสียเลือดเนื้อ และได้รับการยอมรับจากประเทศเพื่อนบ้าน

จนถึงตอนนี้ประชาชนฝั่งตะวันตกและฝั่งตะวันออกยังมี “ความรู้สึกเบื้องลึก”ที่แปลกแยกต่อกันอยู่หรือไม่

ผมมองว่าไม่น่าเป็นความแปลกแยก แต่ผู้คนของทั้งสองฝั่งอาศัยอยู่ท่ามกลางสภาพสังคม “ที่แตกต่างกัน” มาเป็นเวลานานหลายทศวรรษ ยกตัวอย่างประชาชนในฝั่งตะวันออก “ทุกคนมีงานทำ” แต่ปริมาณงานในทางปฏิบัติ “ไม่ได้มากขนาดนั้น” เพราะกิจการทั้งหมดเป็นของรัฐ เพื่อนคนหนึ่งของผมที่มาจากฝั่งตะวันออกเคยกล่าวแบบตลกร้ายว่า “เราแกล้งทำงาน ส่วนเบื้องบนก็แกล้งจ่ายเงินให้เรา” แต่โดยรวมถือว่าชีวิต “มีความปลอดภัย”

ขณะที่บรรยากาศในฝั่งตะวันตกนั้น ถ้าบริษัทมีผลประกอบการไม่ดี แน่นอนนายจ้างก็ปลดคุณออก มันเป็นเรื่องของความมั่นคงทางสังคม จริงอยู่ประชาชนในฝั่งตะวันออกมีเสรีภาพน้อยกว่า แต่ตราบใดที่คุณปฏิบัติตัวตามกฎ ชีวิตของคุณไม่มีทางเจอกับ “ปัญหา” อย่างไรก็ตาม เมื่อรวมกันเป็นหนึ่งเดียวแล้ว แน่นอนการปรับตัวเข้าหากันเป็นเรื่องสำคัญ ทว่าการคุ้นเคยกับสิ่งแวดล้อมที่แตกต่างกัน อาจต้องใช้เวลาอย่างน้อยอีกรุ่นหนึ่ง กว่าทุกอย่างจะเข้าที่เข้าทางอย่างแท้จริง

เรื่องแบบนี้เป็นความซับซ้อนทางความรู้สึก การเคลื่อนย้ายของประชาชนเกิดขึ้นในระดับสูงหลังการรวมชาติ โดยเฉพาะจากฝั่งตะวันออกมายังฝั่งตะวันออก แต่ยังมีทั้งเมืองที่แทบทุกคนย้ายออก และบางเมืองที่แทบไม่มีการโยกย้ายถิ่นฐาน ปัจจุบันการอยู่ร่วมกันของประชาชนมีความกลมกลืนมากกว่าในอดีต สำหรับกลุ่มคนรุ่นใหม่ไม่น่ามีปัญหาเท่ากับคนรุ่นเก่า

แม้ปีนี้ครบรอบ 30 ปีแห่งการรวมชาติ แต่น่าเสียดายที่ไม่สามารถจัดงานเฉลิมฉลองขนาดใหญ่ได้ ทั้งที่เยอรมนีและประเทศไทย เนื่องจากวิกฤติโรคระบาดโควิด-19 จากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ อย่างไรก็ดี ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องหวังว่าสถานการณ์จะดีขึ้นเป็นลำดับ เพื่อให้การจัดงานสามารถเกิดขึ้นได้ในปีหน้า.

-------------------------------------------------

ภัทราพร ไพบูลย์ศิลป

เครดิตภาพ : สถานเอกอัครราชทูตสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีประจำประเทศไทย และ GETTY IMAGES
 

Let's block ads! (Why?)



"ซึ่งกันและกัน" - Google News
September 27, 2020 at 09:27AM
https://ift.tt/3kQClzP

3ทศวรรษแห่งการรวมชาติ ประวัติศาสตร์-วิสัยทัศน์ 'เยอรมนี' (1) - เดลีนีวส์
"ซึ่งกันและกัน" - Google News
https://ift.tt/2XRydWC

Friday, September 25, 2020

ส่องเกมร้อนวิกฤติเรือเหล็ก - เดลีนีวส์

ikanghus.blogspot.com

เรียกว่าไม่สนคำขู่ม็อบแบบเบิ้มๆ ล้อมรัฐสภาวันลงมติพลิกเกมตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อศึกษาญัตติร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ยื้อเวลาออกไปอีก 30 วัน ส่งผลให้กลุ่มผู้ชุมนุมประกาศปลุกคนทั้งประเทศชุมนุมใหญ่เดือนตุลาคมนี้ ทันที “ทีมการเมืองเดลินิวส์” จึงถือโอกาสสนทนากับ “ศ.วุฒิสาร ตันไชย เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า” ประเมินสถานการณ์ร้อนๆ

โดย “ศ.วุฒิสาร” เปิดฉากกล่าวว่า  ไม่คิดว่าผลจะออกมาแบบนี้ ไม่มีใครคิด ส่วนใหญ่คิดว่าน่า จะมีการลงมติเลย ข้อเสนอนี้น่าจะมาทีหลังและกลายเป็นเหมือนกับว่าพลิกเกม ซึ่งจุดเปลี่ยนคิดว่าเป็นเพราะไม่มีทางออก  ถ้าจะโหวตหักวันนี้เลยก็จะมีผลตามมา คือ ฝ่ายที่ไม่พอใจก็อาจจะไม่พอใจ และถ้าโหวตผ่านก็ยังไม่มั่นใจว่า จะควบคุมสถานการณ์ได้หรือไม่ ในแง่ของการเลือกส.ส.ร.

ส่วนตัวไม่เห็นด้วยกับการเลื่อนการพิจารณาไปอีก 30 วัน หรือต้องไปเปิดสมัยการประชุมครั้งหน้า เพราะถ้าเปิดโหวตรับหลักการแล้วถ้าตกก็ คือ ไปต่อไม่ได้ แล้วข้อเสนอของทางไอลอว์ก็จะตกไปด้วย และส่วนตัวคิดว่าคงไม่ผ่าน เพราะเงื่อนไขการอภิปรายหลักๆ แม้ว่าฝ่ายรัฐบาล กับฝ่ายค้าน จะเสนอตรงกันเรื่องตั้ง ส.ส.ร. แต่ประเด็น คือ เสนอไม่ให้แก้ หมวด 1 หมวด 2 ซึ่งถ้าไม่แก้หมวด 1 หมวด 2 นี้ ส.ว. อาจจะยอม

เมื่อไม่เป็นไปตามข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุม คาดว่าจากนี้จะเป็นอย่างไร

ต้องยอมรับว่าเรื่องของการแก้รัฐธรรมนูญมีทั้งคนที่เห็นด้วย และไม่เห็นด้วย แต่เมื่อผลออกมาเป็นอย่างนี้ การเรียกร้องก็จะมีต่อเนื่องไป เชื่อว่าผู้เรียกร้องก็น่าจะเพิ่มจำนวนขึ้น และเพิ่มการกดดันมากขึ้น ได้แต่หวังแต่ว่าจะไม่ยกระดับจนเกินไป และไม่ทำให้เกิดความรุนแรง เพราะวันนี้อย่างน้อยที่สุดเวทีการแก้รัฐธรรมนูญมันถูกวางไว้ที่สภา มีเวลา 1 เดือนที่จะมาประนีประนอมในความเห็นที่ต่างกันอยู่ ถ้ามองในแง่ดีว่ามีการประนีประนอมกันได้ พูดคุยกัน ว่าอะไรที่เป็นจุดที่เห็นตรงกัน อะไรที่ยังรับกันไม่ได้ และมีข้อตกลงที่ยุติได้ก็มีความเป็นไปได้ที่ ส.ว.จะออกมาโหวตให้ แต่ถ้าไม่มีการประนีประนอม หักวันนี้ก็คือหักเลย  ดังนั้นยังพอมีโอกาส แต่ทุกคนต้องทำหน้าที่อย่างเต็มที่ และทำอย่างจริงจัง  

คิดว่าทั้ง ส.ส.-ส.ว. เห็นตรงกันเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้ว เพียงแต่มีรายละเอียดว่าจะแก้ไปประเด็นไหน จะแก้รายมาตรา หรือจะแก้แบบยกใหม่ทั้งฉบับ ซึ่งถ้าแก้รายมาตราคิดว่าหลายเรื่อง แม้แต่เรื่องที่ไม่ให้ ส.ว. มีสิทธิเลือกนายก มาตรา 272 ส.ว.ก็อาจจะยอมก็ได้ เพราะจะช่วยอธิบายว่าเหตุการณ์เปลี่ยนไปแล้วจริงๆ

ทั้งนี้การแก้ไขมาตราดังกล่าวจะทำให้การเลือกตั้งครั้งต่อไปที่จะเกิดขึ้น ไม่ว่านายกฯ จะยุบสภา หรือจะต้องมีการเลือกนายกฯ ใหม่ อะไรก็ตามมันมีกติกาที่เปลี่ยนไป แต่ถ้ายังไม่แก้ไข กติกาจะยังคงเดิม นายกฯ ก็จะยังเป็นกลุ่มคนกลุ่มเดิมที่เคยถูกเสนอชื่อไว้ ซึ่งมีสัก 4-5 คน จะยุบสภาแล้วเลือกตั้งก็เป็นแบบเดิมอีก การนับคะแนนก็จะเป็นปัญหาแบบเดิม เพราะปัญหาไม่ได้ถูกแก้ไข

ส่วนตัวคิดว่าการแก้รายมาตราเพื่อทำให้ระบบที่เป็นปัญหา ที่ทำให้คนรู้สึกว่าไม่เป็นธรรมได้รับการแก้ไขเสียก่อน และปล่อยให้กิจกรรมทางการเมืองเดินไป ในอีก 2 ปี ถ้าอยู่ไม่ได้ก็ยุบสภา และเลือกตั้งใหม่ภายใต้กติกาใหม่ที่คนรู้สึกว่าเป็นธรรม ใครแพ้ ใครชนะก็เป็นเรื่องทางการเมือง ซึ่งจะทำให้เกิดการประนีประนอมมากกว่า และนี่คือการแก้ปัญหาทางการเมือง

แต่ถ้ากลุ่มอยากได้ส.ส.ร. ต้องการให้ประชาชนมีส่วนร่วมทั้งหมด พอไปถึงขั้นของการออกแบบจริง ก็ต้องกลับไปคิดว่าส.ส.ร. จะมาอย่างไร จะใช้เวลาเท่าไหร่ กระบวนการทำงานจะเป็นอย่างไร ต้องไปพูดถึงกรรมการร่างรัฐธรรมนูญอีก เพราะส.ส.ร.200 กว่าคน คงไม่สามารถช่วยกันร่างฯ ได้ ต้องมีกรรมาธิการอีกชุดหนึ่งมาช่วยร่าง ก็ต้องมีกระบวนการคิดออกแบบ ซึ่งเรื่องนี้ไม่ได้ถูกออกแบบที่ชัดเจน และต้องผ่านหลายขั้นตอน สำคัญเมื่อการจะแก้มาตรา 256 ยังไงก็ต้องไปทำประชามติเพราะรัฐธรรมนูญบังคับเอาไว้ ฉะนั้นกระบวนการไม่เร็ว  

ฝ่ายค้านไม่ร่วมเป็นกรรมาธิการศึกษาฯ จะมีปัญหาเกี่ยวกับการยอมรับหรือไม่
อาจจะมีปัญหาเรื่องความสมบูรณ์ และเท่าที่ฟังจากนายชวน หลีกภัย ประธานสภาให้สัมภาษณ์ว่า ไม่สามารถให้โควตาพรรคอื่นๆ ได้ก็แปลว่ากรรมาธิการจะต้องมีเท่านั้น

@กลุ่มผู้ชุมนุมปลุกประชาชนร่วมชุมนุมใหญ่เดือนตุลาฯ ขู่หากจับกุมผู้ชุมนุมก็พร้อมบุกไปถึงคุก ถึงศาล
วันนี้อาจจะเป็นจังหวะที่รู้สึกผิดหวังกัน ผมว่าเมื่อสติกลับมาคิดว่าทุกคนจะค่อยๆ แก้ปัญหา ส่วนที่มีการนัดหมายของกลุ่มชุมนุมเมื่อวันที่ 20 ก.ย.ประกาศเชิญชวนหยุดงานทั้งประเทศในวันที่ 14 ต.ค.ซึ่งมีคนมองว่า เป็นการเตรียมเอาไว้ หากผลโหวตไม่เป็นไปตามที่เรียกร้องนั้น ซึ่งผมไม่มั่นใจว่า เรื่องนี้จะทำได้ทั้งหมด เพราะวันนี้มีทั้งคนที่เห็นด้วย และไม่เห็นด้วย การประกาศเช่นนั้นก็คงเป็นยุทธศาสตร์ของการเรียกร้อง

“การยืดเวลาออกไปก็เป็นปัจจัยที่กระตุ้นให้ฝ่ายที่เรียกร้องอยากแก้รัฐธรรมนูญนั้นมีเหตุผลสนับสนุนที่จะทำให้คนออกมาชุมนุมมากขึ้น คนมีความชอบธรรมที่จะออกมาชุมนุมมากขึ้น ตราบใดที่ไม่มีความรุนแรง ไม่ผิดกฎหมายก็สามารถทำได้” 

สิ่งสำคัญ คือ เราไม่อยากเห็นมวลชน 2 ขั้ว ออกมาแสดงความเห็นที่แตกต่างในเวลาเดียวกัน เพราะจะกลายเป็นการเผชิญหน้ากัน คนเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยตามข้อมูลข่าวสารที่เขาได้รับ เพราะฉะนั้นขึ้นอยู่กับฝ่ายที่เชิญชวนให้มานั้นใช้เหตุผลอะไรในการเชิญชวนให้มา อย่างไรก็ตามทุกคนมีสิทธิ มีเสรีภาพตราบใดที่ไม่ไปละเมิดกฎหมาย ตราบใดที่ไม่มีความรุนแรง ไม่เผชิญหน้า หลีกเลี่ยงความรุนแรง เคารพความเห็นต่างกัน

@ ทางออกเรื่องนี้ควรเป็นทิศทางไหนเพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้ง
ให้ทุกคนตั้งใจว่าเราอยากเห็นความเปลี่ยนแปลง และอยากเห็นอะไรที่มันดีขึ้น อยากเห็นอนาคตที่ดี แต่สิ่งสำคัญวันนี้ คือ การที่เคารพในเหตุผลซึ่งกันและกัน อย่ามองว่า คนที่เห็นต่างจากเรา คือ คนไม่ถูกต้อง นี่เป็นพื้นฐานของระบอบประชาธิปไตยในสังคมประชาธิปไตยซึ่งมีสิทธิที่จะมีคนเห็นต่างได้ ความสําคัญของประชาธิปไตยคือ การเคารพเหตุผลซึ่งกันและกัน และหลีกเลี่ยง ละเว้นไม่ให้เกิดความรุนแรง สิ่งนี้ คือ หัวใจสำคัญมาก เพราะฉะนั้นประชาธิปไตยคือเรื่องของความอดทนอดทนต่อความเห็นที่แตกต่างกัน และรับฟังใช้เหตุใช้ผลในการพูดจากัน.

 

Let's block ads! (Why?)



"ซึ่งกันและกัน" - Google News
September 26, 2020 at 06:56AM
https://ift.tt/2G49wkC

ส่องเกมร้อนวิกฤติเรือเหล็ก - เดลีนีวส์
"ซึ่งกันและกัน" - Google News
https://ift.tt/2XRydWC

Tuesday, September 22, 2020

“ธนันท์วรุตม์” คุณธรรมนำธุรกิจ CEO รุ่นใหม่ไฟแรงนำ “ศรีสมบูรณ์กรุ๊ป”โตสวนกระแส - บ้านเมือง

ikanghus.blogspot.com

วันพุธ ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2563, 09.41 น.

“ศรีสมบูรณ์กรุ๊ป”ยักษ์ใหญ่ตัวจริง ยืนหนึ่ง “ป่าล้อมเมือง” แห่งภาคกลาง  สามารถยืนหยัดอยู่มาได้ถึง 40 ปี ด้วยการยึดแนวคิดทำหลากหลายธุรกิจ จากจดเริ่มต้นธุรกิจจำหน่ายรถจักรยานยนต์ OEM น้ำมันปาล์ม โรงไฟฟ้า อสังหาริมทรัพย์ โรงเรียนอาชีวะ ฯลฯ

“ธนันท์วรุตม์ ลิ้มทรงพรต” กรรมการบริหารศรีสมบูรณ์กรุ๊ป CEO เจนเนอเรชั่นใหม่ ไฟแรง  กล่าวถึงการพาธุรกิจครอบครัวให้ผ่านพ้นวิกฤตโควิด-19 ว่า “ธุรกิจศรีสมบูรณ์กรุ๊ปจะมีหลากหลายธุรกิจ เพื่อเป็นการกระจายความเสี่ยงหากธุรกิจใดธุรกิจหนึ่งเกิดสะดุดเมื่อเจอกับวิกฤต ก็มีอีกหลายธุรกิจที่ช่วยพยุงให้เดินต่อไปได้”

โดยอาณาจักรของศรีสมบูรณ์กรุ๊ป คือ บริษัท เพิ่มทรัพย์ เซลล์แอนด์เซอร์วิส จำกัด ดำเนินธุรกิจจำหน่ายจักรยานยนต์รวมถึงลิสซิ่ง, บริษัท ทองมงคลอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม จำกัด ดำเนินธุรกิจรับจ้างเป็น OEM ผลิตน้ำมันปาล์ม, บริษัท TMK ENERGY จำกัด โรงงานไฟฟ้าจากชีวภาพ, บริษัท เบญจทรัพย์ แลนด์แอนด์เฮาส์ จำกัด ดำเนินธุรกิจอสังหาริมทรัพย์, โรงเรียนเอเชียบริหารธุรกิจเทคโนโลยี ลพบุรี ดำเนินธุรกิจด้านการศึกษา และบริษัท เอ็ม.จี. เฮสตี้แคร์ จำกัด ดำเนินธุรกิจอาหารเสริมและยา นอกจากการกระจายธุรกิจเพื่อลดความเสี่ยงหากต้องเจอกับวิกฤตแล้ว สิ่งหนึ่งที่ทำให้ศรีสมบูรณ์กรุ๊ปสามารถยืนยั่นมาได้ตลอด 40 ปี คือ การเป็นธุรกิจครอบครัวที่มีอะไรก็ปรึกษากันแบบพี่น้อง โดยกฎของบ้านลิ้มทรงพรตต้องรับประทานอาหารร่วมกันเพื่อมีอะไรจะได้ปรึกษาหาซึ่งกันและกัน ช่วยกันแก้ไขปัญหา พร้อมสรุปงานต่างๆ ด้วยกัน  

ธนันท์วรุตม์ ยังได้กล่าวถึงโมเดลธุรกิจของศรีสมบูรณ์กรุ๊ปว่า “เราให้ความสำคัญกับทุกธุรกิจ เพราะทุกธุรกิจจะค่อยๆเกื้อกูลซึ่งกันและกัน แม้ว่าปี 2563 เป็นปีที่ต้องทำงานหนักยิ่ง เพราะปัญหาโรคระบาดโควิด-19 ทำให้ธุรกิจบางตัวของศรีสมบูรณ์กรุ๊ปได้รับผลกระทบไปบ้าง แต่ขณะนี้เริ่มกลับสู่สภาวะปกติ”

อย่าง บริษัท เพิ่มทรัพย์ เซลล์แอนด์เซอร์วิส จำกัด ดำเนินธุรกิจจำหน่ายรถจักรยานยนต์และลิสซิ่ง ปัจจุบันมี 66 สาขาใน 10 จังหวัด ช่วงโควิด-19 ใหม่ๆ ลูกค้าหายไปเช่นกัน แต่เมื่อกลับสู่สภาวะปกติลูกค้าก็เริ่มกลับมาเพราะมีเงินช่วยเหลือจากรัฐถึงมือประชาชน ประกอบกับพฤติกรรมลูกค้าในต่างจังหวัดชื่นชอบการใช้รถจักยายนต์มากกว่ารถประเภทอื่น ทำให้ปีนี้คาดว่าจะเติบโต 10-12 % จากยอดขายประมาณ 1,000 ล้านบาท สำหรับจุดแข็งของเพิ่มทรัพย์ฯ คือ มีรถทุกเซ็กเมนต์ให้ลูกค้าเลือก ในราคาที่เข้าถึงได้ และการปล่อยลิสซิ่งเองทำให้สามารถยืดหยุ่นในเรื่องเงื่อนไขต่างๆ ให้กับลูกค้าได้ โดยในปีนี้มีแผนที่ขยายสาขาเพิ่มอีก 5 สาขา

สำหรับริษัท ทองมงคลอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม จำกัด ซึ่งดำเนินธุรกิจรับจ้างเป็น OEM ผลิตน้ำมันปาล์ม คาดว่าปีนี้จะมีรายได้ประมาณ 1,000 ล้านบาท ส่วนบริษัท TMK ENERGY จำกัด ซึ่งดำเนินธุรกิจโรงงานไฟฟ้าจากชีวภาพ และโรงไฟฟ้าจำหน่ายกระแสไฟ คาดว่าปีนี้จะมีรายได้ประมาณ 400 ล้านบาท และคาดว่าจะมีลงทุนเพิ่มเพื่อขยายกำลังการผลิตให้มากขึ้นจากเดิมที่มีกำลังการผลิต 20 เมกะวัตต์

ด้านธุรกิจอสังหาริมทพรัย์ปีนี้บริษัท เบญจทรัพย์ แลนด์แอนด์เฮาส์ จำกัด เปิดโครงการไปแล้ว 3 โครงการในพื้นที่จังหวัดลพบุรี ส่วนใหญ่เป็นโครงการแนวราบมูลค่าโครงการกว่า 700 ล้านบาทซึ่งได้รับผลตอบรับดีในช่วงโควิด-19 เพราะกลุ่มราชการมีกำลังซื้อ ในอนาคตจะเพิ่มโครงการแนวดิ่งโดยจะใช้แลนด์แบงก์ที่มีอยู่มาพัฒนาโซนสมุทรปราการ

ส่วนโรงเรียนเอเชียบริหารธุรกิจเทคโนโลยี ลพบุรี ซึ่งดำเนินธุรกิจด้านการศึกษา เป็นธุรกิจที่ไม่ได้หวังเม็ดเงิน แต่ทำเพราะต้องการป้อนบุคลากรให้กับบริษัท ด้านธุรกิจอาหารเสริมและยา ภายใต้บริษัท เอ็ม.จี. เฮสตี้แคร์ จำกัด ยังไม่สามารถบอกรายได้ได้ต้องรอดูทิศทางเศรษฐกิจก่อน แต่แบรนด์น้องใหม่ที่เพิ่มเปิดตัวไปไม่นาน คือ แบรนด์ NOLR อาหารเสริมสำหรับคุณผู้ชาย และแบรนด์ โมโมนี่ อาหารเสริมสำหรับคุณผู้หญิงทั้งสองแบรนด์นี้กำลังไปได้ดี

สำหรับหลักการบริหารงานของธนันท์วรุตม์ เนื่องจากต้องดูแลหลากหลายธุรกิจ สิ่งสำคัญคือต้องศึกษาเรียนรู้ให้ลึกซึ้งในทุกธุรกิจก่อนลงมือทำจริง อย่างก่อนที่จะเปิดธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เขาต้องไปฝึกงานกับบริษัทเพื่อนคุณแม่ถึง 3 เดือนเพื่อเรียนรู้กระบวนทุกอย่างเกี่ยวกับธุรกิจ และเมื่อได้ลงมือทำประสบการณ์ก็สอนให้แข็งแกร่งขึ้น  

สิ่งสำคัญอีกอย่างในการทำธุรกิจยุคปัจจุบัน CEO เจนฯใหม่ศรีสมบูรณ์ กรุ๊ป กล่าวว่า  คือการก้าวทันเทคโนโลยี เพราะพฤติกรรมผู้บริโภคมีการเปลี่ยนไป บริษัทจึงได้ลงทุนด้านไอทีอินเฮาส์ไว้รองรับมากขึ้น เช่น แอปพลิเคชั่นศรีสมบูรณ์เพื่อใช้ซื้อขายหรือให้รายละเอียดการซื้อขายรถในยุคดิจิทัล และยังได้เตรียมการลงทุนด้านไอทีอื่นๆ เพื่อรองรับผู้บริโภคยุคดิจิทัล

Let's block ads! (Why?)



"ซึ่งกันและกัน" - Google News
September 23, 2020 at 09:37AM
https://ift.tt/2FYDVR5

“ธนันท์วรุตม์” คุณธรรมนำธุรกิจ CEO รุ่นใหม่ไฟแรงนำ “ศรีสมบูรณ์กรุ๊ป”โตสวนกระแส - บ้านเมือง
"ซึ่งกันและกัน" - Google News
https://ift.tt/2XRydWC

Tuesday, September 15, 2020

สมาคมโรงสีข้าวไทย เรียกร้องรัฐช่วยเหลือพักชำระหนี้ ปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำ - ช่อง 7

ikanghus.blogspot.com
นายเกรียงศักดิ์ ตาปนานนท์ นายกสมาคมโรงสีข้าวไทย กล่าวว่าสถานการณ์ข้าวไทย ยากต่อการคาดการณ์เพราะปัญหาฝนขาดช่วงหรือภัยแล้งต่อเนื่องกันเข้าสู่ปีที่ 3 ทำให้ผลผลิตในแต่ละพื้นที่คลาดเคลื่อน แม้โรงสียังพร้อมรับซื้อข้าวจากชาวนาทุกเมล็ดแต่ก็มีภาระต้นทุนที่สูงขึ้น เพราะต้องแบกรับค่าใช้จ่ายต่างๆ ในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้บางแห่งขาดทุน ทั้งนี้ต้องการให้รัฐบาลเข้ามาดูแลเรื่องการปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำหรือพักชำระหนี้ ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลยังไม่เคยให้ความช่วยเหลือกลุ่มโรงสีเป็นการเฉพาะ

นายวีระพงศ์ มาลัย ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ สสว. เร่งช่วยเหลือผู้ผลิตข้าวในระดับชุมชนด้วยการเข้าไปพัฒนาศักยภาพสินค้าให้แข่งขันได้ สามารถขายสินค้าระหว่างสมาชิกและสร้างความเชื่อมโยงตลาด เพื่อให้เกิดการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน พร้อมทั้งเร่งหนุนกลุ่มผู้ค้าในตลาดอีกกว่า 8,800 แห่ง ให้เข้าสู่ระบบการค้าออนไลน์ การทำตลาดออนไลน์ในทุกมิติ เรียนรู้กลยุทธ์การตลาดแบบดิจิทัล มาร์เก็ตติง เชิงลึก พร้อมเปิดกิจกรรม “SME online  Live Shopping” หวังยกระดับผู้ประกอบการไทย ให้มีศักยภาพการแข่งขันในตลาดออนไลน์ระดับสากล ซึ่งตั้งแต่ปี 2560-2563 มีผู้ประกอบการ SMA ที่ร่วมโครงการและได้รับความรู้เกี่ยวกับการทำตลาดออนไลน์ไปกว่า 180,000 ราย สร้างยอดขายได้กว่า 2,500 ล้านบาท

Let's block ads! (Why?)



"ซึ่งกันและกัน" - Google News
September 16, 2020 at 11:35AM
https://ift.tt/35E43LN

สมาคมโรงสีข้าวไทย เรียกร้องรัฐช่วยเหลือพักชำระหนี้ ปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำ - ช่อง 7
"ซึ่งกันและกัน" - Google News
https://ift.tt/2XRydWC

Monday, September 14, 2020

สธ.ออก 4 ข้อยุติคุกคามทางเพศ - เดลีนีวส์

ikanghus.blogspot.com

เมื่อวันที่ 15 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นพ.สุขุม กาญจพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ได้ลงนามในประกาศสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง เจตนารมณ์การป้องกันและแก้ไขปัญหาการล่วงละเมิดหรือคุกคามทางเพศในการทำงาน เมื่อวันที่ 11 ก.ย. 2563 ระบุว่า คณะผู้บริหาร ข้าราชการ ลูกจ้าง พนักงาน และบุคลากรทุกคนของสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข มีเจตนารมณ์ร่วมกันที่จะส่งเสริมความเท่าเทียมกันระหว่างบุคคล และสร้างองค์กรที่ปราศจากการล่วงละเมิดหรือคุกคามทางเพศในการทำงานด้วยการปฏิบัติต่อกันอย่างให้เกียรติและเคารพซึ่งกันและกัน และไม่กระทำการใดที่เป็นการล่วงละเมิดหรือคุกคามทางเพศต่อผู้บังคับบัญชา ผู้ใต้บังคับบัญชา เพื่อนร่วมงานลูกจ้าง และบุคคลที่เกี่ยวข้องในการติดต่อประสานงานหรือดำเนินงานร่วมกับสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข

ดังนั้น เพื่อให้บรรลุเจตนารมณ์การป้องกันและแก้ไขปัญหาการล่วงละเมิดหรือคุกคามทางเพศในการทำงานดังกล่าว  สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข จะดำเนินการ ดังนี้ 1. บริหารงานและปฏิบัติงานบนหลักแห่งความเสมอภาค ให้เกียรติซึ่งกันและกัน เคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ โดยคำนึงถึงความเท่าเทียมระหว่างเพศ ไม่กระทำการอันเป็นการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อบุคคลด้วยเหตุความแตกต่างในเรื่องของเพศ และไม่กระทำการใดที่เป็นการล่วงละเมิดหรือคุกคามทางเพศในการทำงาน

2. สร้างวัฒนธรรมองค์กร และปลูกฝังค่านิยมให้แก่คณะผู้บริหาร ข้าราชการ ลูกจ้างละบุคลากรทุกคนของสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขให้ปฏิบัติต่อกันโดยให้เกียรติและกัน และเคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ 3. สร้างสภาพแวดล้อมและบรรยากาศที่ดีภายในองค์กร และส่งเสริมความปลอดภัยไม่ให้ถูกล่วงละเมิดหรือคุกคามทางเพศในการทำงานให้แก่คณะผู้บริหาร ข้าราชการ ลูกจ้าง พนักงาน และบุคลากรทุกคน และบุคคลที่เกี่ยวข้องหรือดำเนินงานร่วมกับสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณ์สุข 4. สร้างกลไกและกระบวนการในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการล่วงละเมิดหรือคุกคามทางเพศในกรทำงานเพื่อมิให้มีการล่วงละเมิดหรือคุกคามทางเพศในการทำงาน.

Let's block ads! (Why?)



"ซึ่งกันและกัน" - Google News
September 15, 2020 at 12:32PM
https://ift.tt/2FHpaBV

สธ.ออก 4 ข้อยุติคุกคามทางเพศ - เดลีนีวส์
"ซึ่งกันและกัน" - Google News
https://ift.tt/2XRydWC

Saturday, September 12, 2020

คณะอนุกรรมาธิการปฏิรูปประเทศด้านแรงงานเร่งเยียวยาผู้ประกอบการภูเก็ต - เสียงใต้รายวัน

ikanghus.blogspot.com

ภูเก็ตคณะอนุกรรมาธิการปฏิรูปประเทศด้านแรงงาน ลงพื้นที่พบปะผู้ประกอบการสปาในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต เพื่อรับทราบปัญหาในการดำเนินกิจการหลังโควิด 19 นำเสนอต่อวุฒิสภาส่งต่อไปยังรัฐบาล เพื่อเร่งหาแนวทางเยียวยาผู้ประกอบการและกลุ่มแรงงานให้เดินหน้าต่อไป

เมื่อวันที่ 12 ก.ย. ที่ สุโขสปา รีสอร์ท จังหวัดภูเก็ต นายจรินทร์ จักกะพาก รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่สอง ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการปฏิรูปประเทศด้านแรงงาน ในคณะกรรมาธิการการแรงงาน วุฒิสภา พร้อมคณะ ลงพื้นที่รับฟังปัญหาจากผู้ประกอบการภาคบริการในธุรกิจสปาในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต หลังวิกฤติโควิด-19 โดยมี นางรัตนดา ชูบาล นายกสมาคมสปาเพื่อสุขภาพจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วย นางฐานิตา วาณิชชุติกุล ประธานชมรมผู้ประกอบการร้านนวดจังหวัดภูเก็ต นายนิธิธร เทพบุตร กรรมการผู้จัดการสุขโขสปา รีสอร์ท และผู้ประกอบการสปา ร่วมสะท้อนปัญหาและเสนอแนวทางให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการและกลุ่มแรงงานในธุรกิจสปา ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19
นางฐานิตา วาณิชชุติกุล ประธานชมรมผู้ประกอบการร้านนวดจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า จากสถานการณ์โควิด-19 ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการและภาคแรงงานอย่างมาก ซึ่งภาคธุรกิจต้องการให้รัฐบาลช่วยเหลือเร่งด่วนคือเรื่องภาวะหนี้สิน ในการพักชำระหนี้อย่างจริงจัง เนื่องจากผลกระทบจากภาวะวิกฤติที่ต้องเร่งให้การช่วยเหลือ เพราะขณะนี้จังหวัดภูเก็ตมีรายได้เป็นศูนย์ จากที่เคยมีรายได้เป็นแสนแสนล้านบาท ส่งผลต่อภาวะดอกเบี้ยที่กำลังจะเกิดขึ้นจากวิกฤติโควิด ในขณะที่ผู้ประกอบการไม่ต้องการให้เกิดขึ้นแต่อย่างใด
นางรัตนดา ชูบาล นายกสมาคมสปาเพื่อสุขภาพจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า นอกจากการพักชำระหนี้แล้ว สิ่งที่ภาคธุรกิจและกลุ่มแรงงานต้องการคืองาน เพื่อจะได้สร้างคนและสร้างงานให้กลับมาโดยเร็ว รวมทั้งการปล่อยเงินกู้ตามที่เคยยื่นกู้กลับมา เพื่อการขับเคลื่อนของธุรกิจและการจ้างงานต่อไป
นายจรินทร์ จักกะพาก รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่สอง ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการปฏิรูปประเทศด้านแรงงาน ในคณะกรรมาธิการการแรงงาน วุฒิสภา กล่าวว่า การลงพื้นที่พบผู้ประกอบการสปา เนื่องจากกิจการสปาและการนวดถือเป็นเอกลักษณ์ไทย ที่ได้รับการนิยมจากต่างชาติสูงมากและมีแนวโน้มที่จะสูงขึ้นเรื่อยๆ และจังหวัดภูเก็ตเป็นแหล่งใหญ่ที่มีผู้ประกอบการประมาณ 400 กว่าแห่ง และมีแรงงานในกลุ่มนี้ประมาณ 20,000 คน เป็นรายได้หนึ่งที่สร้างให้กับจังหวัดสูง จึงต้องลงมารับทราบปัญหาที่เกิดขึ้นซึ่งถือเป็นการสะท้อนภาพ โดยพบว่าประสบปัญหาเหมือนกันกับกิจการอื่นๆ แต่ภาคเอกชนในจังหวัดให้ความร่วมมือกันดี รวมทั้งระหว่างนายจ้างกับลูกจ้างที่มีการดูแลช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ถือเป็นวิกฤตเป็นโอกาสที่เราได้สามัคคีซึ่งกันและกัน
สำหรับ ปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างเช่นการบริการภาครัฐในเรื่องของการประกันสังคม การของเงินทุนหมุนเวียน การพักชำระหนี้ เป็นปัญหารวมของทุกธุรกิจที่เหมือนกัน ทางสมาชิกวุฒิสภาจะสรุปปัญหาเหล่านี้เสนอต่อรัฐบาล เพื่อหาทางออกที่ดีขึ้นโดยเร็ว อย่างไรก็ตาม จากสภาวะเช่นนี้ถือเป็นสภาวะที่ไม่เหมือนเดิม จึงอยากให้ทุกฝ่ายมีการปรับตัว เช่น การปรับตัวในธุรกิจ การปรับตัวด้านความเป็นอยู่ของคน ที่จะต้องประหยัดมากขึ้น เพื่อลดรายจ่ายในชีวิตประจำวัน และหาทางเลือกใหม่ของชีวิตที่สามารถอยู่กับตัวเองมากขึ้น โดยการนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ แต่จะต้องมีความมั่นใจในตัวเอง เพื่อที่จะสามารถผ่านวิกฤตไปได้ด้วยกัน ซึ่งจะช้าหรือเร็วแค่ไหนนั้นขึ้นอยู่กับความร่วมมือซึ่งกันและกัน

Let's block ads! (Why?)



"ซึ่งกันและกัน" - Google News
September 12, 2020 at 07:50PM
https://ift.tt/2ZsoA2b

คณะอนุกรรมาธิการปฏิรูปประเทศด้านแรงงานเร่งเยียวยาผู้ประกอบการภูเก็ต - เสียงใต้รายวัน
"ซึ่งกันและกัน" - Google News
https://ift.tt/2XRydWC

Friday, September 11, 2020

ชู “หัวใจแห่งคุณธรรม” แก้วิกฤติชาติ - ไทยรัฐ

ikanghus.blogspot.com

รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตรี ผอ.ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) กล่าวว่า จากการประชุมรับฟังความคิดเห็นภาคีเครือข่ายสมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ เรื่อง “คุณธรรมกับการแก้ไขปัญหาวิกฤติในสังคมไทยปัจจุบัน” โดยเครือข่ายได้ร่วมกันสะท้อนความคิดเห็นการขับเคลื่อนงานโดยเฉพาะวิกฤติโควิด-19 ที่ทุกฝ่ายต้องให้ความสำคัญไม่ใช่เพียงการจัดระบบสาธารณสุขให้เพียงพออย่างเดียว แต่การป้องกันโรคที่ดีที่สุดคือหัวใจแห่งคุณธรรมของคนไทยที่ทำให้ทั่วโลก ชื่นชมรับมือการแพร่ระบาดของโรคที่ดี มีการช่วยเหลือ แบ่งปันซึ่งกันและกัน เช่น ตู้ปันสุข ข้าวแลกปลา สิ่งเหล่านี้มาจากคุณธรรมทั้งเรื่องความพอเพียง มีวินัย ความซื่อสัตย์ มีจิตอาสา ที่จะปกป้องตนเองและคนที่รัก จนมาถึงเรื่องท้าทายที่กำลังเกิดขึ้นปัจจุบันที่มาเกี่ยวกับทัศนคติ และพฤติกรรม จนทำให้เกิดปัญหาความขัดแย้งระหว่างช่วงวัยขึ้น

รศ.นพ.สุริยเดวกล่าวว่า กรณีดังกล่าวก็ต้องอาศัยหัวใจแห่งคุณธรรมเข้ามาแก้ไขปัญหาเพื่อลดช่องว่างระหว่างวัย ผู้ใหญ่จะต้องมีสติ รับฟัง และใช้ถ้อยคำที่ดี และมีสุนทรียะในการให้ 5 ด้าน ประกอบด้วย 1.ให้ความรัก อบอุ่น และปลอดภัย 2.ให้การเป็นผู้ฟังที่ดีสะท้อนความรู้สึกที่ดี การเหลาความคิดใช้คำถามปลายเปิด เช่น รู้สึกอย่างไร และจะร่วมกันนำไปสู่การแก้ไขปัญหาได้อย่างไร 3.รู้จักควบคุมอารมณ์ของตนเอง 4.ให้การกำหนดกติการ่วมกัน และ 5. ให้เกียรติซึ่งกันและกัน ซึ่งเรื่องดังกล่าวสามารถเริ่มทำและสอนได้จากที่บ้านเริ่มโดยสถาบันครอบครัว ด้วยการเปิดเวทีในบ้าน พ่อและแม่ไม่เพียงสอนลูกว่าทำดีอย่างไร แต่จะต้องทำตนให้เป็นต้นแบบ เพื่อให้เด็กได้เห็นและสามารถปฏิบัติตามได้ อีกทั้งเด็กยังสามารถแสดงความคิดเห็นและได้ร่วมแลกเปลี่ยนความเข้าใจซึ่งกันและกัน ถือเป็นการปลูกจิตสำนึกและวิธีปฏิบัติที่นำไปสู่การแก้ไขปัญหาระยะยาวได้

“ที่ประชุมยังถอดบทเรียนจาก 6 แพลตฟอร์มเครือข่ายของสังคม เพื่อเป็นตัวกระตุ้นให้คนดีมีที่ยืน โดยเฉพาะการสร้างองค์กรคุณธรรมของประเทศไทย ด้วยการจัดงานสมัชชาคุณธรรม 4 ภาค ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา จ.เชียงราย จ.อุดรธานี และ จ.สุราษฎร์ธานี มีการลงนามบันทึกความร่วมมือการพัฒนาและส่งเสริมองค์กรคุณธรรมและมาตรฐานคุณธรรมในกลุ่มสาขาอาชีพต่างๆ รวมถึงการจัดกิจกรรมสมัชชาดิจิทัลแพลตฟอร์มที่จะแล้วเสร็จภายในปี 2564 รองรับการใช้ชีวิตวิถีใหม่ป้องกันการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ด้วย” ผอ.ศูนย์คุณธรรมกล่าว.

อ่านเพิ่มเติม...

Let's block ads! (Why?)



"ซึ่งกันและกัน" - Google News
September 12, 2020 at 08:28AM
https://ift.tt/2RfPO7A

ชู “หัวใจแห่งคุณธรรม” แก้วิกฤติชาติ - ไทยรัฐ
"ซึ่งกันและกัน" - Google News
https://ift.tt/2XRydWC

Thursday, September 10, 2020

กรมสุขภาพจิตห่วงฆ่าตัวตายเพิ่มขึ้น มีวิธีป้องกันอย่างไร - ช่อง 7

ikanghus.blogspot.com
กรมสุขภาพจิต เปิดข้อมูลสถานการณ์ปัญหาการฆ่าตัวตายที่เกิดขึ้นในประเทศไทย พบว่าน่ากังวลใจ เพราะมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เฉพาะใน 6 เดือนแรกของปี 2563 นี้ ซึ่งเริ่มมีการระบาดของโควิด-19 ก็มีคนไทยเสียชีวิตจากการฆ่าตัวตาย 2,551 ราย เพิ่มขึ้นร้อยละ 22 เมื่อเทียบกับ 6 เดือนแรกของปี 2562 ที่มีผู้เสียชีวิต 2,092 ราย โดยปัญหาด้านสัมพันธภาพ ยังคงเป็นปัจจัยลำดับแรก ตามมาด้วยปัญหาอาการป่วยกายและจิต เศรษฐกิจ และสุรา ตามลำดับ ซึ่งการเพิ่มขึ้นในอัตรานี้มีความคล้ายคลึงกับการเพิ่มขึ้นในช่วงวิกฤตต้มยำกุ้งเมื่อ 23 ปีก่อน

อีกหนึ่งเรื่องที่น่ากังวล คือ สัญญาณการฆ่าตัวตายต่างๆ ในโลกโซเชียล แม้ว่าในปัจจุบันสื่อโซเชียลมีเดีย เช่น เฟซบุ๊ก จะมีกลไกป้องกันการถ่ายทอดภาพและวิดีโอการทำร้ายตัวเองหรือการฆ่าตัวตายออนไลน์มากขึ้นแล้ว แต่ยังคงพบข้อความที่ส่งสัญญาณที่มีความเสี่ยงในการฆ่าตัวตายอยู่ เช่น ข้อความสั่งเสีย ข้อความบอกลา ข้อความวางแผนการทำร้ายตัวเอง ซึ่งกลุ่มคนที่โพสต์ข้อความต่างๆ เหล่านี้คือ กลุ่มคนที่ควรได้รับความช่วยเหลือด้านสุขภาพจิตอย่างเร่งด่วน แต่บางครั้งไม่สามารถติดต่อให้เข้าสู่ระบบบริการได้ ซึ่งการช่วยเหลือที่ง่ายที่สุด คือ คนใกล้ชิด หรือคนในครอบครัว 

ปัญหาการฆ่าตัวตาย เริ่มต้นป้องกันได้จากครอบครัว โดยใช้หลัก 3 C

1. Connect คือการมีสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ไม่ห่างเกินไป และไม่ใกล้ชิดจนเกินไป
2. Communicate คือการสื่อสารดีต่อกัน โดยการสื่อสารที่ดีควรเป็นการสื่อสารที่สื่อจากความรู้สึกของตัวเองโดยตรง
3. Care คือเอาใจใส่ซึ่งกันและกัน ด้วยการให้เวลากับคนในครอบครัว ใช้เวลาในทำกิจกรรมร่วมกัน ใส่ใจสอบถาม เมื่อคนในครอบครัวมีปัญหาและอุปสรรคเกิดขึ้น ก็พร้อมช่วยเหลือดูแล

การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน มีการสื่อสารที่ดี เอาใจใส่ซึ่งกันและกัน จะช่วยป้องกันและลดปัญหาการฆ่าตัวตายในสังคมได้

สำหรับคนที่ไม่ไหว ท้อแท้กับชีวิต หรือมีปัญหา อยากหาคนปรึกษา สามารถขอคำปรึกษา หรือความช่วยเหลือได้ที่สายด่วนสุขภาพจิต 1323 ของกรมสุขภาพจิตที่ให้บริการ 24 ชั่วโมง หรือไปพบแพทย์จะดีที่สุด

Let's block ads! (Why?)



"ซึ่งกันและกัน" - Google News
September 11, 2020 at 10:38AM
https://ift.tt/3mcLh3V

กรมสุขภาพจิตห่วงฆ่าตัวตายเพิ่มขึ้น มีวิธีป้องกันอย่างไร - ช่อง 7
"ซึ่งกันและกัน" - Google News
https://ift.tt/2XRydWC

สหรัฐฯรำลึก 9/11 ครบ 19 ปีกลางวิกฤติโควิด-19 - ไทยรัฐ

ikanghus.blogspot.com

มหานครนิวยอร์กในสหรัฐฯ จัดพิธีรำลึกวันครบรอบ 19 ปี เหตุวินาศกรรม “9/11” ซึ่งผู้ก่อการร้ายกลุ่มอัล เคดา 19 คน จี้เครื่องบินโดยสาร 4 ลำ ไปพุ่งชนเป้าหมาย โดย 2 ลำ พุ่งชนตึกแฝด “เวิลด์ เทรด เซ็นเตอร์” ในนิวยอร์ก ทำให้ตึกทั้ง 2 หลัง พังถล่มใน 2 ชั่วโมง เครื่องบินลำที่ 3 พุ่งชนอาคารกระทรวงกลาโหมหรือเพนตากอนในเมืองอาร์ลิงตัน รัฐเวอร์จิเนีย และลำที่ 4 ซึ่งมุ่งเป้าพุ่งชนอาคารรัฐสภาในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ไปตกในทุ่งใกล้เมืองแชงค์วิลล์ รัฐเพนซิลเวเนียก่อนถึงเป้าหมาย วินาศกรรม 9/11

เมื่อ 11 ก.ย.2544 ครั้งนั้น มีผู้เสียชีวิตเกือบ 3,000 คน ส่วนใหญ่อยู่ที่ตึกแฝดเวิลด์ เทรด เซ็นเตอร์ พิธีรำลึกปีนี้ไม่มีการอ่านรายชื่อผู้เสียชีวิต แต่มีการเผยแพร่เทปบันทึกเสียงของญาติพี่น้องผู้เสียชีวิต ซึ่งไปร่วมรำลึกที่ “กราวด์ ซีโร” บริเวณที่เคยเป็นตึกแฝดเวิลด์ เทรด เซ็นเตอร์ ที่พังถล่ม และถูกสร้างขึ้นมาใหม่พร้อมอนุสรณ์สถานและพิพิธภัณฑ์รำลึกถึงเหยื่อ 9/11 โดยพิพิธภัณฑ์จะเปิดเป็นครั้งแรกตั้งแต่เดือน มี.ค. ซึ่งนิวยอร์กกลายเป็นอัมพาตเพราะวิกฤติโควิด-19 และมีการยืนสงบนิ่งไว้อาลัย 2 ช่วง ช่วงละ 1 นาที ในเวลาที่เครื่องบิน 2 ลำ พุ่งชนตึกเวิลด์ เทรด เซ็นเตอร์ เวลา 08.46 น. และ 09.03 น.ตามลำดับ

พิธีรำลึกวินาศกรรม 9/11 ปีนี้มีขึ้นท่ามกลางวิกฤตการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งสหรัฐฯมีผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตมากที่สุดในโลกที่กว่า 6.5 ล้านคน และกว่า 1.95 แสนคน ตามลำดับ ส่วนนิวยอร์กซึ่งเป็นศูนย์กลางการแพร่ระบาดในช่วงแรกๆ มีผู้เสียชีวิตแล้วกว่า 23,000 คน แม้ขณะนี้อัตราผู้ติดเชื้อลดลงมากไม่ถึง 1% ของประชากร แต่แรงงานชนชั้นกลางส่วนใหญ่ยังทำงานจากที่บ้าน ธุรกิจ ร้านค้า ร้านอาหารยังปิด รวมทั้งที่เขตแมนฮัตตัน ขณะที่นักท่องเที่ยวที่เคยเดินทางเข้านิวยอร์กปีละกว่า 60 ล้านคน ก็ลดลงฮวบฮาบ นอกจากนี้ ยังมีผู้ย้ายออกจากเขตแมนฮัตตันไปอยู่ที่อื่นอย่างน้อย 35,000 คน

อ่านเพิ่มเติม...

Let's block ads! (Why?)



"ซึ่งกันและกัน" - Google News
September 11, 2020 at 07:38AM
https://ift.tt/3hquQha

สหรัฐฯรำลึก 9/11 ครบ 19 ปีกลางวิกฤติโควิด-19 - ไทยรัฐ
"ซึ่งกันและกัน" - Google News
https://ift.tt/2XRydWC

อดีตทูตสหรัฐฯ ประจำจีนระบุ สหรัฐฯ ต้องร่วมมือกับจีน ไม่มีทางอื่น-CRI - China Radio International

ikanghus.blogspot.com

อดีตทูตสหรัฐฯ ประจำจีนระบุ สหรัฐฯ ต้องร่วมมือกับจีน ไม่มีทางอื่น_fororder_20200910mgqds1

สำนักข่าวจีนรายงานว่า   เมื่อวันที่ 9 ก.ย. หอการค้าสหรัฐฯ-จีน จัดการประชุมผ่านวิดีทัศน์ทางไกล ภายใต้หัวข้อ "new normal ของความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ" นายแมกซ์ บากัส อดีตเอกอัครราชทูตสหรัฐฯประจำจีน ระบุว่า สหรัฐฯต้องร่วมมือกับจีน

นายบากัสกล่าวในที่ประชุมว่า ชาวอเมริกันต้องเห็นว่า จีนมีการพัฒนาอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่ทศวรรษที่ผ่านมา หลักนิติธรรมได้รับการปรับปรุง หลังเข้าเป็นสมาชิก WTO มีการคุ้มครองสิทธิในสิทธิทรัพย์สินทางปัญญาดีขึ้น เป็นต้น หลายปัจจัยช่วยให้จีนประสบความสำเร็จทางเศรษฐกิจอย่างมาก และมีบริษัทจีนมากขึ้นเข้าร่วมการแข่งขันระดับโลก เขาเชื่อว่า ชาวอเมริกันต้องเข้าใจเรื่องนี้ และเริ่มทำงานกับจีนแทนที่จะพยายามขับไล่หรือปราบปรามจีน

นายบากัสยังกล่าวว่า ปัญหาระหว่างสหรัฐฯ – จีนในปัจจุบัน ส่วนใหญ่เกิดจากการขาดความไว้วางใจซึ่งกันและกัน มีคนกลุ่มหนึ่งในสหรัฐอเมริกา ที่ต้องการขัดขวางการพัฒนาและการเติบโตของจีน แต่มันเป็นไปไม่ได้ เพราะ"สถานการณ์เช่นนี้จะมีไม่เกิน 1-2 ปี เพราะเราต้องการกันและกัน" เขากล่าวว่า เราควรพยายามส่งเสริมความร่วมมือที่ดีและเคารพซึ่งกันและกัน แทนที่จะวิพากษ์วิจารณ์และต่อสู้กัน

Yim/lei/Zi

Let's block ads! (Why?)



"ซึ่งกันและกัน" - Google News
September 10, 2020 at 12:27PM
https://ift.tt/2FgfGOl

อดีตทูตสหรัฐฯ ประจำจีนระบุ สหรัฐฯ ต้องร่วมมือกับจีน ไม่มีทางอื่น-CRI - China Radio International
"ซึ่งกันและกัน" - Google News
https://ift.tt/2XRydWC

"อนุชา" เรียกร้อง ส.ส.หันหน้าช่วยกันแก้ปัญหา เดินทางสู่ประชาธิปไตย - ไทยรัฐ

ikanghus.blogspot.com

อนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนักนายกฯ เรียกร้อง ส.ส.หันหน้าช่วยกันแก้ปัญหา อยากเห็นสภาฯ มีความศักดิ์สิทธิ์ ร่วมแก้ปัญหา เดินทางสู่ปชต.ที่เอื้อกับคนไทยทุกคน ขออย่ากลับวังวนเดิม

วันที่ 10 ก.ย. นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวในการอภิปรายทั่วไปเพื่อซักถามข้อเท็จจริงหรือเสนอแนะปัญหาต่อคณะรัฐมนตรีในเรื่องวิกฤติเศรษฐกิจและการเมืองว่า ในฐานะรัฐมนตรี หรือในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อยากจะฝากถึงสมาชิกสภาฯ ทุกท่าน ที่กำลังอภิปรายทั่วไปฯ เกี่ยวกับเรื่องวิกฤติเศรษฐกิจ และการเมืองว่า ตนเองเคยถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองมาเป็นเวลาทั้งหมด 10 กว่าปี ไม่เคยกระทำการสิ่งใดฝ่าฝืนกฎหมายเลยแม้แต่ครั้งเดียว เพราะคิดว่าเพื่อนสมาชิกของผมรักในระบอบประชาธิปไตยเหมือนกับผม หากว่าพวกเราคิดว่าสิ่งที่ตอบโต้ โต้แย้งซึ่งกันและกัน ที่พวกเราผ่านวิกฤติการเมืองมาในหลายๆ ครั้ง ทราบกันดีว่าเกิดอะไรขึ้น ในฐานะสมาชิกรัฐสภา เรารักสภาแห่งนี้ เราคิดว่าเราจะดำรงสภาแห่งนี้เพื่อเป็นที่พึ่ง ที่หวังของประชาชน เพราะฉะนั้นบางสิ่งบางอย่าง ถ้าเราคิดว่าเราอยากเห็นสภาของเราศักดิ์สิทธิ์ เราอยากเห็นสภาของเราแก้ไขปัญหาของพี่น้องประชาชนได้ อยากเรียกร้องสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้หยุดคิดกันสักนิด และหันหน้ามาช่วยกันแก้ปัญหาในสภาฯ ร่วมกัน

รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ตนเองเห็นนายกรัฐมนตรี และได้ทำงานร่วมกับนายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีไม่เคยตำหนิติติงผู้ที่ออกมาเรียกร้อง ไม่ว่าจะเป็นนิสิต นักศึกษา ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้ยืนยันแล้วว่า นิสิตนักศึกษาเหล่านั้นเปรียบเสมือนลูกหลาน แล้วส่วนตัวก็ขอรับรองว่า จะยืนยันเคียงข้างเพื่อไม่ให้เกิดพิษภัยกับลูกหลานไทยที่เป็นนิสิต นักศึกษา และจะต่อต้านในสิ่งที่จะเกิดอันตรายกับพวกเขา ไม่ต้องการ และไม่อยากเห็นความรุนแรงที่จะเกิดขึ้นกับพวกเขาเหล่านั้น และอยากจะเห็นพวกเราที่เป็น ส.ส. ระงับสิ่งนั้น ถ้าหากท่านเห็นว่ามันจะเกิดขึ้น ซึ่งหากพวกเราช่วยระงับได้ประชาธิปไตยของเรามันถึงจะเกิดขึ้นครับ

อ่านเพิ่มเติม...

Let's block ads! (Why?)



"ซึ่งกันและกัน" - Google News
September 10, 2020 at 12:45PM
https://ift.tt/3m8noL2

"อนุชา" เรียกร้อง ส.ส.หันหน้าช่วยกันแก้ปัญหา เดินทางสู่ประชาธิปไตย - ไทยรัฐ
"ซึ่งกันและกัน" - Google News
https://ift.tt/2XRydWC

Wednesday, September 9, 2020

ตัวตน&สะท้อนนวคิด ' ธนันท์วรุตม์ ลิ้มทรงพรต” - กรุงเทพธุรกิจ

ikanghus.blogspot.com

10 กันยายน 2563

25

เจนใหม่สุดสตรอง  “ศรีสมบูรณ์กรุ๊ป”นำธุรกิจฝ่าวิกฤติโควิด-19   การแตกไลน์ทำหลากหลายธุรกิจ เพื่อให้เกื้อกูลกันหากธุรกิจไหนตกก็ยังมีหลายๆธุรกิจ

โลกของการทำธุรกิจในปัจจุบันนี้เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วตามยุคตามสมัยที่เปลี่ยนไป นักธุรกิจรุ่นเก่าเริ่มผลัดใบสู่รุ่นลูก รุ่นหลานให้เข้ามารับไม้ต่อแล้ว ข้อดีของคนรุ่นใหม่คือเรียนรู้ต่าง ๆ ได้เร็วเพราะเกิดมาในยุคที่เทคโนโลยี และสิ่งอำนวยความสมัยใหม่ แต่ก็ใช่ว่าจะทำงานง่ายเสมอไปในยุคนี้ เพราะโจทย์หินคือ คู่แข่งในตลาดที่มีมากมาย ทั้งบิ๊กแบรนด์ โลคอลแบรนด์ แบรนด์นอก ต่างดาหน้ากันเข้ามาชิงเค้กกันจ้าละหวั่น ทั้งส่วนกลางและข้ามห้วยไปต่างจังหวัด ที่สำคัญขณะนี้ยังต้องเผชิญกับโรคระบาดโควิด-19 ภาวะเศรษฐกิจที่ไม่ค่อยสู้ดีนัก ทำให้ผู้ประกอบการเจนใหม่ต้องทำการบ้านให้หนักขึ้น มีโมเดลที่น่าสนใจที่ภาคธุรกิจใช้กันบ่อย คือ การแตกไลน์ทำหลากหลายธุรกิจ เพื่อให้เกื้อกูลกันหากธุรกิจไหนตกก็ยังมีหลายๆธุรกิจคอยอุ้มซึ่งกันและกันไว้

ทั้งนี้โมเดลดังกล่าวก็ถูกใช้กันมากขึ้นในปัจจุบัน หนึ่งในนั้นคือ “ศรีสมบูรณ์กรุ๊ป”  กลุ่มธุรกิจจากดินแดนเมืองลิง ลพบุรี ที่นำทัพทีมการตลาดโดย “ ธนันท์วรุตม์ ลิ้มทรงพรต” หรือ แม็ก กรรมการบริหารศรีสมบูรณ์กรุ๊ป หนุ่มวัยเพียง 32 ปี ดรีกรีนักเรียนนอกจากแดนผู้ดีอังกฤษ เล่าให้ฟังว่า ธุรกิจของตัวเองเป็นธุรกิจครอบครัว ทำมานานประมาณ 40 ปี มีพี่น้องที่ช่วยกันดูแลด้วยกัน 6 คน ตนเองเป็นคนสุดท้อง รูปแบบการทำธุรกิจนั้นมีอะไรก็จะพูดคุยปรึกษากันแบบพี่น้อง กฎของบ้านจะต้องมารับประทานอาหารร่วมกันเพื่อมีอะไรก็จะได้ปรึกษาหาซึ่งกันและกัน ช่วยกันแก้ไขปัญหา พร้อมสรุปงานต่าง ๆ ด้วย  

‘ธนันท์วรุตม์’ บอกว่า ธุรกิจที่บ้านของเขามีหลากหลายธุรกิจ ทั้งนี้เพื่อเป็นการกระจายความเสี่ยงหากธุรกิจใดธุรกิจหนึ่งเกิดสะดุดตอก็มีอีกหลายๆธุรกิจที่คอยพยุงให้เดินต่อไปได้ โดยเขาเล่าสรุปให้ฟังว่าอาณาจักรเล็ก ๆ ของเขามีดังนี้ บริษัทศรีสมบูรณ์กรุ๊ปจำกัด บริษัทเพิ่มทรัพย์ เซลล์แอนด์เซอร์วิส จำกัด ดำเนินธุรกิจจำหน่ายจักรยานยนต์ กิจการอื่น ๆที่เกี่ยวเนื่อง รวมถึงลิสซิ่ง , บริษัททองมงคลอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม จำกัด และบริษัท TMK ENERGY โรงงานไฟฟ้าจากชีวภาพ ดำเนินธุรกิจรับจ้างผลิตน้ำมันปาล์มให้แบรนด์อื่น ๆ และโรงไฟฟ้าจำหน่ายกระแสไฟ , บริษัทเบญจทรัพย์  แลนด์แอนด์เฮาส์ จำกัด ดำเนินธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ , โรงเรียนเอเชียบริหารธุรกิจเทคโนโลยี ลพบุรี ดำเนินธุรกิจด้านการศึกษา , และบริษัท เอ็ม .จี.เฮสตี้แคร์ จำกัด ดำเนินธุรกิจอาหารเสริมและยา

หากถามผู้บริหารหนุ่มไปว่าจะเน้นโฟกัสไปธุรกิจใดเป็นพิเศษ จะได้คำตอบว่า ทุกธุรกิจมีความสำคัญต่อศรีสมบูรณ์กรุ๊ป ทั้งนั้น เพราะทุกธุรกิจจะค่อยเกื้อกูลซึ่งกันและกัน แม้ว่าปี2563 นี้ จะต้องทำงานหนักยิ่งขึ้นเนื่องจากปัญหาโรคระบาดโควิด -19 ที่ทำให้ธุรกิจบางตัวของบริษัทได้รับผลกระทบไปบ้าง ซึ่งเขาจะพาส่องไปดูแต่ละธุรกิจ เช่น ธุรกิจจำหน่ายรถจักรยานยนต์ และลิสซิ่ง มี 66 สาขาใน 10 จังหวัด ช่วงที่โรคระบาดใหม่ผู้คนตื่นตระหนกยอมรับว่ายอดขายหายไปบ้าง แต่ขณะนี้ก็กลับมาเป็นปกติแล้ว เริ่มขยายตัวดีขึ้นจากปัจจัยเงินช่วยเหลือจากรัฐถึงมือประชาชน ประกอบกับพฤติกรรมผู้คนในต่างจังหวัดก็ชื่นชอบการใช้รถจักยายนต์มากกว่าอื่น ๆ  ซึ่งปีนี้คาดว่ากลุ่มธุรกิจนี้ของบริษัทจะเติบโต 10-12 % ยอดขายประมาณ 1,000 ล้านบาท โดยจุดแข็งของแบรนด์คือ มีรถทุกเซ็กเมนต์ให้ลูกค้าเลือก ราคาเข้าถึงได้ ปล่อยลิสซิ่งเองทำให้ได้เปรียบ เงื่อนไขต่าง ๆ ยืดยุ่นเข้าถึงลูกค้าง่าย ที่สำคัญปีนี้จะขยายอีก 5 สาขา

ส่วนธุรกิจรรับจ้างผลิตน้ำมันปาล์ม ที่ จ .ประจวบคีรีขันธ์ คาดว่าปีนี้จะมีรายได้ประมาณ 1,000 ล้านบาท ส่วนธุรกิจโรงไฟฟ้าจะมีรายได้ประมาณ 400 ล้านบาท ส่วนการลงทุนใหม่ๆ เกี่ยวกับโรงไฟฟ้าก็น่าจะมีโอกาสขยายกำลังการผลิตเพิ่ม จากเดิมที่มีกำลังการผลิต 20 เมกะวัตต์ มาดูทางฟากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เปิดไปแล้ว 3 โครงการ มูลค่ากว่า 700 ล้านบาท ส่วนใหญ่เล่นแนวราบ ในพื้นที่ จ.ลพบุรี ช่วงโควิด-19 ตลาดขยายตัวดี กลุ่มข้าราชการยังคงมีกำลังซื้อ ในอนาคตจะเข้าไปลงทุนในแนวดิ่ง โดยจะใช้แลนด์แบงก์ที่มีอยู่ในมือมาพัฒนาโซนสมุทรปราการ นอกจากนี้ยังมีแลนด์แบงก์อีกจำนวนมากพร้อมที่จะพัฒนา ส่วนธุรกกิจการศึกษา ก็ไม่ได้คาดหวังเป็นจำนวนเม็ดเงินมากมาย เพราะทำเพื่อป้อนบุคลากรให้บริษัท มาดูธุรกิจอาหารเสริม รอดูทิศทางเศรษฐกิจก่อน ส่วนแบรนด์น้องใหม่ไฟแรงที่เปิดตัวมาไม่นานนี้ คือ อาหารเสริมสำหรับคุณผู้ชายแบรนด์ NOLR และอาหารเสริมคุณผู้หญิงแบรนด์ โมโมนี่ ทั้งหมดก็กำลังขยายตัวไปได้ดีเช่นกัน

ทั้งหมดคือเรื่องราวของอาณาจักร  “ศรีสมบูรณ์กรุ๊ป”  ที่ผู้บริหารคนเก่งดูแลร่วมกับคุณแม่ และพี่ๆ เขามักบอกเสมอว่าบริษัทของเขาไม่ได้ใหญ่โตอะไรเลย แค่ธรรมดาที่ค่อยเป็นค่อยไป จากวันนั้นจนถึงวันนี้ก็เป็นเวลากว่าเกือบ 40 ปีของบริษัท ผ่านร้อนผ่านหนาวมาก็เยอะ เส้นทางก็ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเสียทีเดียว ถึงวันนี้‘ธนันท์วรุตม์’ ผู้บริหารคนรุ่นใหม่ไฟแรง ได้เข้ามากุมบังเหียนเรื่องการตลาด ด้วยธุรกิจที่หลากหลายไปดูกันว่าเขามีหลักการบริหารงาน บริหารองกร์ บริหารทรัพยากรมนุษย์อย่างไรถึงนำพาองค์กรไปรอด เขาบอกว่า การทำธุรกิจที่หลากหลายมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องศึกษาเรียนรู้ให้ลึกซึ้งในทุกธุรกิจก่อนลงมือทำจริง อย่างตัวเขาเองเคยไปฝึกงานกับบริษัทอสังหา ฯเพื่อนคุณแม่ตั้ง 3 เดือน เพื่อเรียนรู้กระบวนทุกอย่าง รู้ตลาด รู้เขา รู้เรา ทำการบ้านเยอะๆ  ส่วนตัวมองว่าประสบการณ์จริงจะสอนเราให้แข็งแกร่ง

นอกจากนี้ยังจะต้องให้ความสำคัญเรื่องเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่ไปไกลมากแล้ว ทำให้พฤติกรรมผู้บริโภคก็เปลี่ยนไปตามเช่นกัน ดังนั้นบริษัทจึงได้ลงทุนด้านไอทีอินเฮาส์ไว้รองรับมากขึ้น เช่น แอปพลิเคชั่นศรีสมบูรณ์ เพื่อใช้ซื้อขาย หรือให้รายละเอียดการซื้อขายรถในยุคดิจิทัล และเตรียมความพร้อมในการลงทุนไอทีอื่น ๆ ด้วย รองรับผู้บริโภคยุคดิจิทัล ส่วนการบริหารทรัพยากรมนุษย์ที่มีมากถึง 800 คน ก็ต้องได้ใจคนก่อน รักษาคนด้วยใจ เข้าใจทีมงาน เราจะไม่ได้แต่ออกคำสั่งงานอย่างเดียว ต้องมองว่าผู้ปฏิบัติงานว่าเขาคิดไง เราต้องเป็นผู้สนับสนุนเขา หากเกิดอะไรขึ้นเราจะเข้าใจทันทีว่าเขาผิดพลาดเพราะอะไร ทำให้รู้เราจะช่วยเขายังไง ให้กำลังใจเขายังไง จะทำให้เขาทำงานกับเราอย่างมีประสิทธิภาพ

หลังจากทำงานหนักขนาดนี้ หากมีความเครียดจากการทำงาน ผู้บริหารหนุ่มก็มักจะไปทำบุญ ปฏิบัติธรรม ท่องเที่ยวภูเขา วัด ตามภาคเหนือ อีสาน มีไปสังสรรค์กับเพื่อนบ้างเพื่อเป็นการผ่อนคลาย ที่สำคัญชื่นชอบการเลี้ยงน้องหมาไว้เป็นเพื่อนดูเล่น เขาเชื่อเราการแบ่งปันให้ผู้คน ชอบทำตัวให้ง่าย ๆ และทุกอย่างจะง่ายตามมา นี่คือเรื่องราวของผู้ชายที่ชื่อว่า “ ธนันท์วรุตม์ ลิ้มทรงพรต” ที่เป็นอีกหนึ่งแม่ทัพที่จะนำพา ‘ศรีสมบูรณ์กรุ๊ป’ให้ผงาดยิ่งๆ ขึ้นไปในอนาคต

Let's block ads! (Why?)



"ซึ่งกันและกัน" - Google News
September 10, 2020 at 11:06AM
https://ift.tt/3hdLbp1

ตัวตน&สะท้อนนวคิด ' ธนันท์วรุตม์ ลิ้มทรงพรต” - กรุงเทพธุรกิจ
"ซึ่งกันและกัน" - Google News
https://ift.tt/2XRydWC

'อนุชา'อยากเห็นสภาศักดิ์สิทธิ์ ขอทุกคนร่วมมือสู่ประชาธิปไตย - เดลีนีวส์

ikanghus.blogspot.com
นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวในการอภิปรายทั่วไปเพื่อซักถามข้อเท็จจริงหรือเสนอแนะปัญหาต่อคณะรัฐมนตรีในเรื่องวิกฤติเศรษฐกิจ และการเมืองว่า ในฐานะรัฐมนตรี หรือในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อยากจะฝากถึงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่าน ที่กำลังอภิปรายทั่วไปฯ เกี่ยวกับเรื่องวิกฤติเศรษฐกิจ และการเมืองว่า ตนเองเคยถูกตัดสิทธิทางการเมืองมาเป็นเวลาทั้งหมด 10 กว่าปี ไม่เคยกระทำการสิ่งใดฝ่าฝืนกฎหมายเลยแม้แต่ครั้งเดียว เพราะคิดว่าเพื่อนสมาชิกของผมรักในระบอบประชาธิปไตยเหมือนกับผม

หากว่าพวกเราคิดว่าสิ่งที่ตอบโต้ โต้แย้งซึ่งกันและกัน ที่พวกเราผ่านวิกฤติการเมืองมาในหลาย ๆ ครั้ง ทราบกันดีว่าเกิดอะไรขึ้น ในฐานะสมาชิกรัฐสภา เรารักสภาแห่งนี้ เราคิดว่าเราจะดำรงสภาแห่งนี้เพื่อเป็นที่พึ่ง ที่หวังของประชาชน เพราะฉะนั้นบางสิ่งบางอย่าง ถ้าเราคิดว่าเราอยากเห็นสภาของเราศักดิ์สิทธิ์ เราอยากเห็นสภาของเราแก้ไขปัญหาของพี่น้องประชาชนได้ อยากเรียกร้องสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้หยุดคิดกันสักนิด และหันหน้ามาช่วยกันแก้ปัญหาในสภาร่วมกัน

รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ตนเองเห็นนายกรัฐมนตรี และได้ทำงานร่วมกับนายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีไม่เคยตำหนิติติงผู้ที่ออกมาเรียกร้อง ไม่ว่าจะเป็นนิสิต นักศึกษา ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้ยืนยันแล้วว่า นิสิต นักศึกษาเหล่านั้นเปรียบเสมือนลูกหลาน แล้วส่วนตัวก็ขอรับรองว่า จะยืนยันเคียงข้างเพื่อไม่ให้เกิดพิษภัยกับลูกหลานไทยที่เป็นนิสิต นักศึกษา และจะต่อต้านในสิ่งที่จะเกิดอันตรายกับพวกเขา ไม่ต้องการ  และไม่อยากเห็นความรุนแรงที่จะเกิดขึ้นกับพวกเขาเหล่านั้น และอยากจะเห็นพวกเราที่เป็น ส.ส. ระงับสิ่งนั้น ถ้าหากท่านเห็นว่ามันจะเกิดขึ้น ซึ่งหากพวกเราช่วยระงับได้ประชาธิปไตยของเรามันถึงจะเกิดขึ้นครับ 

รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีระบุ 4 ปีเลือกตั้งครั้งหนึ่ง ไม่ใช่ 4 ปี พวกเรามาทำลาย แล้วก็บอกว่านักการเมืองแย่ นักการเมืองใช้ไม่ได้ พวกเราอยากกลับไปอยู่อย่างนั้นอีกหรอ แต่ถ้าพวกเราใช้สภาแห่งนี้ ค่อย ๆ พูด ค่อย ๆ คุย ค่อย ๆ แก้ปัญหากัน เชื่อว่าสิ่งที่พวกเราต้องการจะแก้ไขปัญหาได้ พวกเราต้องช่วยกันแก้ไขวิกฤติทางการเมืองในทางที่ถูกต้อง 

รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ตนเองมีความจริงใจต่อสภา รักสภา จริง ๆ ตนถูกตัดสิทธิทางการเมืองมา 10 กว่าปี ตลอดเวลาได้อดทน เพราะอยากเห็นประชาธิปไตยอย่างที่พวกเราต้องการ ไม่อยากกลับไปสู่วังวนเดิม ในฐานะ ส.ส. พวกเรารักประชาชน รักประเทศชาติ และยังอยากเห็นนายกรัฐมนตรีอยู่ทำงานเพื่อแก้ปัญหาของประเทศร่วมกับพวกเราทุกคน เพื่อที่จะเดินทางไปสู่ระบบประชาธิปไตย ที่พวกเราฝันไว้ และเป็นประชาธิปไตยที่เอื้อให้กับพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศ.

Let's block ads! (Why?)



"ซึ่งกันและกัน" - Google News
September 10, 2020 at 10:27AM
https://ift.tt/32hrn01

'อนุชา'อยากเห็นสภาศักดิ์สิทธิ์ ขอทุกคนร่วมมือสู่ประชาธิปไตย - เดลีนีวส์
"ซึ่งกันและกัน" - Google News
https://ift.tt/2XRydWC

อึ้ง! คนไทยฆ่าตัวตายทุก 2 ชั่วโมง แนะ ครอบครัวร่วมป้องกันผ่าน 3 วิธี - สยามรัฐ

ikanghus.blogspot.com

เพจเฟซบุ๊ก กองปราบปราม โพสต์ข้อความระบุว่า...

ปัญหาการฆ่าตัวตายของไทย มีแนวโน้มการเสียชีวิตเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ โดยทุกๆ 2 ชั่วโมง จะมีคนไทยฆ่าตัวตายสำเร็จ 1 คน ปัจจัยและสาเหตุที่เกี่ยวข้องกับการฆ่าตัวตาย อันดับหนึ่งได้แก่ ปัญหาความสัมพันธ์ รองลงมาคือ โรคทางกาย/โรคทางจิต และ ปัญหาเศรษฐกิจ/ตกงาน นอกจากนั้นพบว่า ประเด็นความรักความหึงหวง เป็นปัญหาความสัมพันธ์ที่ขึ้นมาเป็นอันดับ 1 ของการทำร้ายตนเอง
ปัญหาการฆ่าตัวตาย เริ่มต้นป้องกันได้จากครอบครัว โดย
1. การมีสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน (Connect.) ไม่ห่างเกินไปและไม่ใกล้ชิดจนเกินไป
2. สื่อสารดีต่อกัน (Communicate.) การสื่อสารที่ดีควรเป็นการสื่อสารที่สื่อจากความรู้สึกของตัวเองโดยตรง
3. เอาใจใส่ซึ่งกันและกัน (Care.) ด้วยการให้เวลากับคนในครอบครัว ใช้เวลาในทำกิจกรรมร่วมกัน ใส่ใจสอบถาม เมื่อคนในครอบครัวมีปัญหาและอุปสรรคเกิดขึ้น ก็พร้อมช่วยเหลือดูแล
การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน มีการสื่อสารที่ดี เอาใจใส่ซึ่งกันและกัน จะช่วยป้องกันและลดปัญหาการฆ่าตัวตายในสังคมได้
#วันป้องกันการฆ่าตัวตายโลก #กองปราบ #กองปราบปราม #CSDPolice

Let's block ads! (Why?)



"ซึ่งกันและกัน" - Google News
September 10, 2020 at 09:21AM
https://ift.tt/2Rdp4EW

อึ้ง! คนไทยฆ่าตัวตายทุก 2 ชั่วโมง แนะ ครอบครัวร่วมป้องกันผ่าน 3 วิธี - สยามรัฐ
"ซึ่งกันและกัน" - Google News
https://ift.tt/2XRydWC

Tuesday, September 8, 2020

อย่าหาทำ แม่ค้าผ่าเศษยางพาราถึงกับอึ้งเจอกางเกงยัดมาในยาง ทำกันได้ลงคอ - คมชัดลึก

ikanghus.blogspot.com

สาวผู้ใช้เฟซบุ๊กท่านหนึ่งถึงกับผง่ะ เมื่อเธอรับซื้อเศษยางพาราจากพ่อค้าเจ้าหนึ่ง ปรากฏว่า เมื่อผ่าก้อนยางพารากลับพบว่า มีกางเกงน้ำหนักราวๆ 2-3 กิโลกรัมยัดไส้มากับยางด้วย งานนี้เธอก็ได้โพสต์ภาพดังกล่าว ระบุข้อความว่า "รอบหน้าขอเป็นเสื้อนะ ได้ครบชุด ราคาขี้ยางแพงลูกค้าจัดโปรซื้อ 1 แถม 1 คนทำคงเมาน้ำฆ่ายางแน่เลย"

อย่าหาทำ แม่ค้าผ่าเศษยางพาราถึงกับอึ้งเจอกางเกงยัดมาในยาง ทำกันได้ลงคอ

Let's block ads! (Why?)



"ซึ่งกันและกัน" - Google News
September 09, 2020 at 12:12PM
https://ift.tt/329CesM

อย่าหาทำ แม่ค้าผ่าเศษยางพาราถึงกับอึ้งเจอกางเกงยัดมาในยาง ทำกันได้ลงคอ - คมชัดลึก
"ซึ่งกันและกัน" - Google News
https://ift.tt/2XRydWC

“เรียน เล่น รู้ ตามรอยพ่อ” นำทางนักเรียนตาบอดสู่การพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน - Sanook

ikanghus.blogspot.com

การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้ส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมในวงกว้าง รวมถึง โรงเรียนการศึกษาคนตาบอดและคนตาบอดพิการซ้ำซ้อน ลพบุรี แต่ด้วยการลงมือปฏิบัติตามศาสตร์พระราชา สร้าง “โคก หนอง นา โมเดล” บนพื้นที่ของโรงเรียน จากจุดเริ่มต้นที่ต้องการให้พื้นที่แห่งนี้เป็นพื้นที่สำหรับการ “เรียน เล่น รู้” เพื่อพัฒนาความรู้และเสริมสร้างทักษะชีวิตของนักเรียนตาบอดกว่า 100 ชีวิต แต่พื้นที่แห่งนี้ได้กลายเป็นยังเป็นแหล่งวัตถุดิบในการประกอบอาหาร และบางส่วนยังได้รับการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ สร้างรายได้ให้กับโรงเรียน  ทำให้ทุกคนสามารถสามารถพึ่งพาตนเองและฟันฝ่าวิกฤตครั้งนี้ไปได้

เปลี่ยน “พื้นที่รกร้าง” เป็น “พื้นที่เรียน เล่น รู้”

จากการร่วมแรงร่วมใจของ มูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ สถาบันเศรษฐกิจพอเพียง และ บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด ที่ได้เข้ามาปรับพื้นที่รกร้างในบริเวณโรงเรียนขนาด 2 ไร่ให้กลายเป็น “พื้นที่เรียน เล่น รู้ ตามรอยพ่อ” ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2562 สำหรับจัดกิจกรรมการเรียนรู้นอกห้องเรียน ให้นักเรียนได้ฝึกทักษะการใช้ประสาทสัมผัส และการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน นอกจากนี้ พื้นที่ดังกล่าวยังเป็นพื้นที่สำหรับปลูกพืชผักสวนครัวที่หลากหลายกว่า 30 ชนิด เช่น ผักกาด คะน้า กะเพรา พริก มะเขือ ถั่วฝักยาว และอื่นๆ ที่ไม่เพียงสามารถนำมาใช้สำหรับการปรุงอาหารเพื่อเลี้ยงปากท้องนักเรียนทุกคนและช่วยลดรายจ่ายในการจัดซื้อวัตถุดิบได้แล้ว ยังสามารถนำไปขายเพื่อสร้างรายได้เสริมสำหรับการดูแลนักเรียนทั้งโรงเรียนได้อีกด้วย

วิชัย สานคล่อง ผู้อำนวยการโรงเรียนการศึกษาคนตาบอดและคนตาบอดพิการซ้ำซ้อน ลพบุรี กล่าวว่า “โรงเรียนของเราตั้งอยู่บนพื้นที่ที่ได้รับการบริจาคโดยผู้มีจิตศรัทธาสำหรับก่อตั้งเป็นโรงเรียนสำหรับนักเรียนตาบอดและนักเรียนตาบอดที่พิการซ้ำซ้อน ซึ่งก็ได้มีการแบ่งพื้นที่ไปสร้างเป็นอาคารเรียนและหอพักสำหรับนักเรียนทุกคน สำหรับพื้นที่ด้านหลังโรงเรียนตรงนี้เคยเป็นป่ารกร้างมาก่อน จนกระทั่งได้รับความช่วยเหลือจากบริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด และมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ เข้ามาปรับพื้นที่ตรงนี้อย่างต่อเนื่อง ทำให้นักเรียนของเราได้มีพื้นที่ในการเรียนรู้และเสริมทักษะที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิตที่อยู่นอกห้องเรียน และได้ทดลองปลูกพืชผักสวนครัวด้วยตัวของพวกเขาเองภายใต้ความดูแลของครูที่ได้เข้ารับการอบรม ‘ศาสตร์พระราชา’ จากเครือข่ายมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ ซึ่งพืชผลที่ได้จากสวนแห่งนี้ก็ถือเป็นสัญลักษณ์แห่งความภาคภูมิใจของนักเรียนทุกคน นั่นก็เพราะว่าพวกเขาได้ลงมือปลูกและดูแลด้วยสองมือของพวกเขาเองจนงอกงามไปเป็นพืชผักสำหรับทำอาหารให้พวกเขาได้รับประทาน หรือแม้แต่สามารถนำไปขายเป็นรายได้เสริมสำหรับลดค่าใช้จ่ายในการดูแลและการศึกษาของตัวพวกเขาเองในที่สุด”

เพาะปลูกเมล็ดพันธุ์สู่การยืนหยัดด้วยตนเองอย่างยั่งยืน

แม้ว่าโรงเรียนการศึกษาคนตาบอดและคนตาบอดพิการซ้ำซ้อน ลพบุรี จะสามารถพึ่งพาตนเองได้จากการใช้พืชผักสวนครัวที่นักเรียนและครูช่วยกันดูแล สามารถดำรงชีวิตอย่างปกติได้อย่างราบรื่นมาโดยตลอด แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 นั้นถือเป็นความท้าทายและบททดสอบครั้งใหญ่สำหรับทุกคนในโรงเรียนแห่งนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ อย่างไรก็ตาม ด้วยการศึกษา “ศาสตร์พระราชา” และการร่วมกิจกรรมของมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติมาหลายครั้งของ ครูสมาร์ท-สุภัสชญา จังโกฎิ จึงทำให้เขานำเอาองค์ความรู้ที่ได้รับมาจากการอบรมและลงมือปฏิบัติจริงมาร่วมระดมความคิดกับบรรดาครูในโรงเรียนเพื่อหารายได้เสริมนอกเหนือจากการขายพืชผัก ด้วยการแปรรูปพืชผักในสวนเป็นวัตถุดิบในการทำน้ำพริกหลากหลายชนิด เช่น น้ำพริกปลาร้าสับ น้ำพริกนรก น้ำพริกปลาย่าง และน้ำพริกกากหมู รวมถึงนำเงินที่ได้จากการขายบางส่วนไปซื้อไข่เป็ดมาทำ ไข่เค็มดินสอพอง ของขึ้นชื่อประจำจังหวัดลพบุรีได้อีกด้วย นอกเหนือจากนี้ ภายในสวนดังกล่าวยังมีการแบ่งพื้นที่สำหรับทำโรงเลี้ยงไส้เดือนเอาไว้สำหรับผลิตปุ๋ยมูลไส้เดือนเพื่อจำหน่ายให้กับเกษตรกรในพื้นที่ ก่อให้เกิดรายได้ช่วยหล่อเลี้ยงโรงเรียนในวิกฤตครั้งนี้

“จากที่ผมได้เข้าไปรับการอบรมเพื่อศึกษาศาสตร์พระราชาและนำเอาองค์ความรู้ที่ได้มาใช้ลงมือปฏิบัติจริงเป็นเวลาหลายปี ผมเชื่อมั่นว่าหลักการนี้สามารถทำให้เราสามารถพึ่งพาตนเองและดำรงชีวิตอย่างพอเพียงได้จริง ไม่ว่าในสถานการณ์ปกติหรือเมื่อมีวิกฤตต่างๆ ถาโถมเข้ามาก็ตาม สิ่งที่ผมได้เรียนรู้มานั้นเป็นสิ่งที่ใครๆ ก็สามารถเรียนรู้และนำไปใช้ได้ ไม่เว้นแม้แต่นักเรียนของผมที่มีทั้งนักเรียนตาบอดและนักเรียนตาบอดพิการซ้ำซ้อน จากที่ผมได้ดูแลพวกเขาอย่างใกล้ชิด นักเรียนตาบอดมีศักยภาพที่แฝงอยู่ มีความสามารถในการเรียนรู้และลงมือทำบางอย่างได้ด้วยตัวของพวกเขาเอง เช่น นักเรียนบางคนสามารถช่วยเตรียมดินได้ นักเรียนบางคนสามารถช่วยรดน้ำในแปลงผักได้ ขอเพียงแค่ใช้เวลาและความใส่ใจกับพวกเขาอย่างเพียงพอ โดยทักษะที่นักเรียนได้จากการดูแลสวนแห่งนี้ อาจนำไปต่อยอดในการประกอบอาชีพเพื่อเลี้ยงดูตนเองและครอบครัวหลังจากที่จบการศึกษาจากโรงเรียนแห่งนี้ได้” สุภัสชญากล่าว

ด้านน้องปิ๊น-มัลลิกา จันทร์งาม นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ของโรงเรียนการศึกษาคนตาบอดและคนตาบอดพิการซ้ำซ้อน ลพบุรี กล่าวถึงการทำกิจกรรมในพื้นที่ ‘เรียน เล่น รู้ ตามรอยพ่อ’ ว่า“การปลูกผักและดูแลสวนแห่งนี้เป็นกิจกรรมที่ตัวหนูและเพื่อนๆ ในห้องเรียนชื่นชอบมากเป็นพิเศษ เพราะพวกหนูได้เรียนรู้และลงมือทำด้วยตัวเองโดยมีคุณครูเป็นผู้แบ่งหน้าที่ในการดูแลสวนแห่งนี้ พร้อมทั้งแนะนำและให้ความช่วยเหลืออย่างใกล้ชิดอยู่เสมอ หนูรู้สึกดีใจมากๆ ที่ผักที่พวกเราแต่ละคนช่วยกันปลูกนั้นสามารถนำไปทำอาหารให้กับทุกคนในโรงเรียนของเรา ซึ่งจะทำให้เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ทุกคนแข็งแรงและมีสุขภาพที่ดีอีกด้วยค่ะ”

Let's block ads! (Why?)



"ซึ่งกันและกัน" - Google News
September 08, 2020 at 10:27PM
https://ift.tt/3i9wPHO

“เรียน เล่น รู้ ตามรอยพ่อ” นำทางนักเรียนตาบอดสู่การพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน - Sanook
"ซึ่งกันและกัน" - Google News
https://ift.tt/2XRydWC